เลยฆ่าฉันไม่ได้ อีกทั้งฉันก็เป็นคนตระกูลหานเช่นกัน ถึงฉันจะทำอะไรผิด คุณก็ควรส่งฉันให้ตระกูลหานจัดการ!”
หานซุ่นเซิงอดทนต่อความเจ็บปวด และขอความเมตตาด้วยความลำบากใจ “ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะกลับใจแล้วกลับไปสู่ทางที่ถูก ใช้ชีวิตอย่างสงบ…”
ทว่าก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบ เฝ่ยไป๋ลู่ก็แค่นเสียงเย็น และกระแทกฝ่ามือลงบนหัวใจของหานซุ่นเซิง ทำให้อวัยวะภายในของเขาแตกสลาย “ก็คุณคือหานซุ่นเซิงนี่นา*[1]…”
หากเขาไม่เอ่ยออกมา เธอก็คงคิดไม่ถึงเช่นกัน
ในเมื่อพูดแล้ว หญิงสาวก็ไม่อาจปล่อยเขาไปได้อีก
หานซุ่นเซิงกรีดร้อง “ไม่!”
……
ภายในห้องพักผ่อนของโรงละครแห่งหนึ่งในเมืองเหิงเตี้ยน หวังซินซึ่งนอนเหยียดอยู่บนเก้าอี้ จู่ ๆ ก็หน้าซีด
หญิงสาวจับหน้าอก และกระอักเลือดออกมาคำโต
“หัวหน้า พักผ่อนเสร็จแล้วเหรอ ผู้กำกับเรียกคุณ…” ผู้ช่วยกัวเอ๋อร์ได้ยินเสียง จึงผลักประตูห้องเข้ามา ทว่าวินาทีถัดมาเธอก็ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น แล้วส่งเสียงกรีดร้องพร้อมทรุดตัวลง
เจ้าหน้าที่พลันรีบเข้าไปพร้อมกับพนักงาน แต่ก็กลัวมากจนต้องถอยหลังไปสองสามก้าว และไม่กล้าเข้าใกล้
ตอนนี้ร่างของหวังซินร่วงลงมาครึ่งหนึ่ง ทั้งตา จมูก และหู ตลอดจนใบหน้าที่ละเอียดอ่อน สวยงามของเธอล้วนอาบไปด้วยโลหิต และผิวเนียนก็กลายเป็นสีฟ้าอมม่วงราวกับพวกภูตผีชั่วร้าย ไม่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว
เพียงไม่นาน ข่าวเกี่ยวกับหวังซินที่ได้รับบาดเจ็บขณะถ่ายทำ และอยู่