ยมีบุคคลยอดอัจฉริยะอะไรทำนองนี้มาก่อนจริงๆ เป็นไปได้มากว่าเป็นเพราะสาเหตุนี้
การเทหมดหน้าตักนี่มันคือภูมิปัญญาอย่างหนึ่งจริงๆ สินะ ถ้าฉันไม่ได้อัปเกรดทักษะอักษรวิจิตรให้พุ่งถึงแปดสิบแต้มในรวดเดียว ดีไม่ดีรอบนี้คงไม่ได้รางวัลที่คุ้มค่ามหาศาลแบบนี้แล้ว
หลินจือไป๋คิดอย่างเบิกบานใจ
30 คะแนนทักษะนี้เก็บไว้ก่อนแล้วกัน มีคะแนนทักษะอยู่ถึงจะทำแบบ “ไม่เก่งตรงไหนก็จิ้มตรงนั้น” ได้
เวลานี้จู่ๆ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หลินจือไป๋เหลือบมอง เป็นสายจากโจวไท่ ทั้งสองแลกช่องทางติดต่อกันไว้ตอนแยกย้ายกันที่งานประชุมกวีนิพนธ์
“พี่โจว?”
“อาจารย์ไปตี้ ขอบคุณนะ…”
โจวไท่พูดอย่างคลุมเครือ แต่หลินจือไป๋กลับเข้าใจดี นี่หมายถึงเรื่องที่เขาได้รับตำแหน่งในวันนี้ ได้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกวีนิพนธ์ฉินโจว
“ไม่ต้องเกรงใจครับ”
ในเมื่อเป็นการจัดการของคุณปู่ หลินจือไป๋ก็รับสมอ้างว่าเป็นฝีมือของตนไปเลยก็แล้วกัน ยังไงนี่ก็คือการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังอำนาจของเสินฮวากรุ๊ปอยู่แล้ว
“ไว้คราวหน้าพวกเราดื่มกันให้มากกว่านี้นะ”
ปัญญาชนยังคงไว้ซึ่งความสำรวมไม่โจ่งแจ้ง บุญคุณครั้งนี้โจวไท่จึงทำเพียงจดจำไว้ในใจอย่างเงียบๆ
หากไม่ได้อำนาจของตระกูลหลิน โจวไท่ก็คงไม่ได้เป็นนายกสมาคมกวีนิพนธ์ ไม่ใช่ว่าคุณสมบัติไม่พอ แต่เพราะเขาไม่มีเส้นสายทางด้านนี้ต่างหาก
เขาไม่ได้ลื่นไหลเหมือนอวิ๋นหลาน และยิ่งไม่มีทางเจ้าเล่ห์เพทุบายได้อย่างหวงอวี้โหลว หร