ือเห็นแก่ตัวได้อย่างเจียงเฮอ
เพื่อช่วยพูดให้หลินจือไป๋ เขาถึงกับล่วงเกินคนค่อนวงการวรรณกรรม กลับคิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะได้รับเกียรติยศและผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า
ถึงกระนั้น แม้โจวไท่จะมั่นใจว่าตนเองอุดมการณ์สูงส่งมือสะอาด แต่ก็ใช่ว่าจะหลุดพ้นจากทางโลกไปเสียทีเดียว
การได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกสมาคมกวีนิพนธ์ทำให้โจวไท่ปลาบปลื้มดีใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
ทั้งสองคนคุยกันต่ออีกสักพักถึงวางสาย ผลคือสายของจ้าวหรูก็โทรเข้ามาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ความหมายใกล้เคียงกับโจวไท่คือมาขอบคุณหลินจือไป๋ หญิงชราผู้นี้อยากจะทำอะไรเพื่อวงการวรรณกรรมฉินโจวบ้าง และการเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ทำให้เธอมีเงื่อนไขที่จะทำเช่นนั้นได้แล้ว
ช่วงท้ายของการสนทนา คุณยายจ้าวรำพึงว่า “บรรยากาศของวงการวรรณกรรมฉินโจวในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีปัญหาจริงๆ จำเป็นต้องจัดการให้สะอาดเรียบร้อยสักที”
หลินจือไป๋คลี่ยิ้ม คำพูดนี้เขาเห็นด้วย เหล่าคนที่อยู่ในงานประชุมกวีพวกนั้นได้สูญเสียศักดิ์ศรีของนักเขียนไปแล้ว
ส่วนเรื่องพรสวรรค์อะไรนั่น หลินจือไป๋ไม่ได้รู้สึกว่าคนกลุ่มนั้นขาดพร่องแต่อย่างใด
ยังไงตนก็ใช้สูตรโกง การที่พวกเขาแข่งกวีสู้ตนไม่ได้จึงเป็นเรื่องปกติ
แต่คุณยายจ้าวจะจัดการบรรยากาศในวงการวรรณกรรมอย่างไร หลินจือไป๋ก็คร้านที่จะสนใจแล้ว
ยังไงเสียหลังจากเหตุการณ์รอบนี้ วงการวรรณกรรมฉินโจวก็น่าจะไม่มีใครตาบอดกล้าล่วงเกินเขาอีกแล้ว
วันรุ่งขึ้นหล