ึ้นมาทันที แม้ว่าพรสวรรค์นี้จะแสดงความสามารถได้เพียงเจ็ดส่วน แต่นั่นก็ยังแข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์อักษรวิจิตรทั่วไปคนหนึ่งอยู่ดี
ต้องรู้ว่าอักษรวิจิตรนั้นมีเรื่องของรูปแบบเฉพาะตัวอยู่ แวดวงในชาติก่อนมีรูปแบบที่เรียกว่า รูปแบบหลิว (หลิวกงเฉวียน), รูปแบบโอว (โอวหยางสวิน), รูปแบบเหยียน (เหยียนเจินชิง) ความสำเร็จของคนเหล่านี้เกือบทั้งหมดล้วนได้รับอิทธิพลจากหวังซีจือ ปรมาจารย์ส่วนใหญ่ที่จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ต่างก็เริ่มต้นจากการเลียนแบบหวังซีจือแล้วค่อยค้นหาเส้นทางของตัวเอง
แต่หลินจือไป๋แม้จะเป็นปรมาจารย์ได้ด้วยการเพิ่มแต้มทักษะ แต่เขากลับไม่มีรูปแบบของตัวเอง เพราะรูปแบบของเขาในตอนนี้คือรูปแบบของหวังซีจือ! และในเมื่อโลกนี้ไม่มีหวังซีจือ รูปแบบนี้จึงกลายเป็นการสร้างสรรค์ของหลินจือไป๋แต่เพียงผู้เดียว ไม่แน่มรดกอักษรวิจิตรของโลกนี้อาจจะมี ‘รูปแบบไป๋’ หรือ ‘รูปแบบหลิน’ ก็เป็นได้?
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริปตา นักเขียนในงานและผู้ชมในช่องถ่ายทอดสดเห็นไปตี้นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง คิดว่าจิตใจเขาพังทลายไปแล้ว หวงอวี้โหลวเห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัด จึงมองไปที่หลินจือไป๋แล้วกล่าวว่า “อาจารย์ไปตี้ไม่ยอมรับเหรอครับ?”
“อาจารย์ไปตี้จะยอมรับหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมไม่ยอมรับ!”
วันนี้โจวไท่ทุ่มสุดตัว ต่อให้ต้องล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่กี่คนเขาก็จะช่วยพูดให้หลินจือไป๋ คนพวกนี้ประจบสอพลอ อิจฉาความรู้ของหลินจือไป๋