ภายในอุทยานอิงเหมย ดอกเหมยบานสะพรั่ง เหล่านักเขียนอยู่ท่ามกลางทะเลดอกเหมย มีกลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกวูบหนึ่งจนลืมเรื่องสายลมและหิมะไปเลย ในการถ่ายทอดสด มุมกล้องต่างๆ ฉายให้เห็นทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของอุทยานอิงเหมย
งานประชุมกวีนิพนธ์ประจำปีนี้ที่ถูกเลือกให้จัดขึ้นที่อุทยานอิงเหมย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเขตท่องเที่ยว อย่างไรนี่ก็เป็นโอกาสที่หาได้ยาก ภูมิภาคต่างๆ ในฉินโจวล้วนต้องแย่งชิงกันเพื่อยื่นขอเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมกวีนิพนธ์ในแต่ละครั้ง หลังจากจบงานอุทยานอิงเหมยแห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวท่วมท้นอย่างแน่นอน!
แต่หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว อากาศยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น แม้ว่าทะเลดอกเหมยจะน่าหลงใหล แต่ทุกคนก็ไม่อาจเอาแต่ความงามโดยไม่เอาความอบอุ่นได้ ทุกคนอยากเข้าไปในห้องโถงเพื่อหลบลมและหิมะ
อาเหลยก็มาถึงแล้ว เพราะการเดิมพันนั้นอาเหลยจึงเป็นคนสุดท้ายที่เดินเข้ามา เขาเดินไปก็ “ฮัดชิ้ว” ไป อย่างไรก็ยืนตากหิมะอยู่ข้างนอกถึงห้านาทีจนผมขาวโพลนไปทั้งหัว ตอนนี้เขากำลังกระชับเสื้อผ้าให้แน่นหมายจะเข้าไปในโถง แต่กลับถูกเสียงหนึ่งเรียกหยุดไว้
“ช้าก่อน!”
อาเหลยเกือบคิดว่าตัวเองหูฝาดไป นี่ไม่ใช่บทพูดที่ฉันใช้เรียกไปตี้ไว้เมื่อกี้เหรอ? หรือมีใครกำลังล้อเลียนฉันอยู่? เขาหันไปมองด้วยความโกรธ กลับพบว่าคนที่เรียกตนให้หยุดคือ อวิ๋นหลาน นายกสมาคมกวีนิพนธ์ฉินโจว
“ทุกท่านคะ” อวิ๋นหลานยืนอยู่หน้าโถง บังประตูบานหนึ่งไ