ว้ จากนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “การหยอกล้อกันระหว่างอาจารย์อาเหลยและอาจารย์ไปตี้ที่หน้าประตูเมื่อครู้นี้ ทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา ภายในโถงนี้ทั้งอบอุ่นและกว้างขวาง มีเหล้าและของว่างให้รับประทาน แต่ประตูนี่นั้นไม่ง่ายที่จะเข้าไป ทุกท่านจะต้องแต่งบทกวีสดตรงนี้หนึ่งบทก่อนจะเข้าประตูไป จะเป็นบทกวีสมัยใหม่หรือสมัยโบราณก็ได้ แต่เนื้อหาจะต้องเกี่ยวข้องกับสถานการณ์และทิวทัศน์ในตอนนี้ เมื่อร่ายจบแล้วทุกคนเห็นว่าดีถึงจะเข้าไปได้ ทุกท่านคิดเห็นยังไงคะ?”
นี่คืองานประชุมกวีนิพนธ์ งานประชุมกวีนิพนธ์ไม่ใช่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ หากกล่าวในความหมายที่เคร่งครัดแล้ว นี่เป็นเพียงงานสโมสรวรรณกรรมระดับสูง แต่ทุกคนจำเป็นต้องตอบรับความท้าทายแบบสุ่มที่แตกต่างกันไป คล้ายๆ ว่าใช้บทกวีเป็นสื่อรวมมิตรสหาย องค์ประกอบของการชิงชัยไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น
อย่างไรก็มีคำกล่าวที่ว่า “ทางวรรณกรรมหาที่หนึ่งได้ยาก ประลองกำลังหาที่สองไม่ได้” แต่แน่นอนว่าสุดท้ายก็จะมีการตัดสินผู้ชนะที่ดีที่สุดอยู่ดี
“ดีครับ!” ทุกคนไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะโจทย์นี้เป็นโจทย์ที่ง่ายมาก ที่นี่มีทั้งหิมะและดอกเหมย ทิวทัศน์งดงามต่างๆ นานา ดังนั้นแค่แต่งบทกวีสรรเสริญหิมะหรือดอกเหมยก็พอแล้ว บทกวีประเภทพรรณนาทิวทัศน์แบบนี้ถือว่าง่ายที่สุด คนส่วนใหญ่ไม่ต้องแต่งในสถานที่จริงด้วยซ้ำ ช่วงเวลาทั่วไปก็มีผลงานที่สะสมไว้อยู่แล้ว วันนี้แค่เอาออกมาใช้