งโด่งดัง และยังเป็นรองประธานสมาคมวรรณกรรมฉินโจวด้วย!
มีอาจารย์เช่นนี้หนุนหลัง ตนจะยังกลัวอะไร?
ในเวลานี้เอง โทรศัพท์ของเจียงเฮอก็ดังขึ้น เขารับสาย ไม่รู้อีกฝ่ายพูดอะไร คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย “ฉันรู้แล้ว”
หลังจากวางสาย สีหน้าของเจียงเฮอก็ดูไม่ค่อยดีนัก จี้เฉวียนไท่ใจเต้น “อาจารย์ครับ มีอะไรเปลี่ยนแปลงเหรอครับ?”
เจียงเฮอส่ายหน้าเบาๆ “ก็ไม่ถึงกับเปลี่ยนแปลงหรอก แค่จ้าวหรูให้โควตาคำเชิญของเธอกับดาราในวงการบันเทิงคนหนึ่ง ยายจ้าวคนนี้ช่างหาทำเรื่องไร้สาระจริงๆ”
“ดารา?” จี้เฉวียนไท่รู้สึกงุนงง “การประชุมกวีนิพนธ์เป็นงานใหญ่ เชิญดารามาทำอะไร ไม่กลัวว่าจะก่อให้เกิดข้อพิพาทเหรอครับ?”
“ตามหลักแล้วการเชิญดารามาก็ไม่ค่อยเหมาะสมนักหรอก” เจียงเฮอกล่าวอย่างจนใจ “แต่ดาราคนนี้ไม่เหมือนคนทั่วไป เขาคือไปตี้ หรือก็คือหลินจือไป๋ ถึงเขาจะไม่ใช่คนในวงการเรา แต่เขาก็มีชื่อเสียงด้านความสามารถอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้วิทยาลัยศิลปะฉินโจวก็จัดงานแข่งขันโคลงคู่อะไรนั่นไม่ใช่เหรอ หลินจือไป๋เอาชนะโจวไท่และได้แชมป์ไป เพราะงั้นยายจ้าวเลยเชิญเขามา และสุดท้ายทางเบื้องบนก็ยอมตกลง”
“หลินจือไป๋เหรอครับ”
จี้เฉวียนไท่แววตาเป็นประกาย พึมพำเบาๆ ว่า “[ควันหมอกคลอรัดกิ่งหลิวเหนือสระ] นี่คือโคลงคู่ชั่วกาลที่หลินจือไป๋ทิ้งไว้ในการแข่งขันครั้งก่อน”
ทั่วทั้งวงการวรรณกรรมต่างก็เคยได้ยิน แน่นอนว่าจี้เฉวียนไท่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาถึงกับใ