ช้เวลาหลายวันหลายคืนเพื่อพยายามแต่งโคลงคู่โต้กลับแต่ก็ไม่สำเร็จ แม้แต่ตัวเขาเองที่ไม่ค่อยสนใจวงการบันเทิงก็ยังจำชื่อหลินจือไป๋ได้
“ถ้าการประชุมมีการทดสอบโคลงคู่ งั้นการมีอยู่ของหลินจือไป๋ก็ยุ่งยากจริงๆ”
เจียงเฮอกล่าวอย่างเรียบเฉย “แต่พวกเราไม่ได้จะทดสอบโคลงคู่ ดังนั้นคนคนนี้ไม่น่ากังวลหรอก”
จี้เฉวียนไท่หัวเราะ “อาจารย์พูดถูกครับ การแต่งโคลงคู่เป็นแค่กิจกรรมยามว่างเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เป็นแค่วิชาเล็กน้อย หลินจือไป๋ทุ่มเทค้นคว้าเรื่องพวกนี้คงจะใช้ความพยายามไปไม่น้อย ไม่จำเป็นเลย แถมยังไร้ความหมาย”
“อืม” เจียงเฮอพยักหน้า “เธอไม่ต้องไปสนใจหลินจือไป๋ ถึงจะอายุพอๆ กัน แต่การประชุมกวีนิพนธ์ฉินโจวก็ยังไม่ถึงคิวให้ดาราตัวเล็กๆ ที่อยู่ในวงการบันเทิงมาแสดงความสามารถหรอก”
“ครับ” จี้เฉวียนไท่เดินออกจากห้องหนังสือด้วยความเคารพ
เมื่อเดินออกมา มีเพื่อนคนหนึ่งยืนรออยู่ที่ประตู “จี้เฉวียนไท่! สมาคมวรรณกรรมเพิ่งปล่อยรายชื่อผู้เข้าร่วมออกมา การประชุมครั้งนี้มีชื่อของไปตี้อยู่ด้วย!”
“ฉันรู้แล้ว” จี้เฉวียนไท่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ดาราในวงการบันเทิงมางานประชุมกวีนิพนธ์ ก็สร้างกระแสอะไรไม่ได้หรอก ไม่แน่อาจทำให้ตัวเองอับอายขายหน้าด้วยซ้ำ”
จี้เฉวียนไท่ยินดีมากที่ไปตี้เข้าร่วม! ไม่ใช่เพราะเขาใจกว้าง แต่เพราะเขามีแผนการของตัวเอง
ต้องรู้ว่าไปตี้มีชื่อเสียงโด่งดัง แม้แต่ปรมาจารย์โคลงกลอนหลายท่าน หากเทียบเฉพาะ