่เข้าใจอยู่ดี จะต้องเสแสร้งทำเป็นชื่นชมศิลปะไปทำไม แต่ถ้ามีโอกาสได้ฟรี จะเสแสร้งชื่นชมศิลปะสักหน่อยจะเป็นอะไรไป ลูกไม่รู้หรอก ครั้งที่แล้วแม่ไปร่วมงานประมูลกับเพื่อน แค่ภาพวาดทิวทัศน์ง่ายๆ ภาพเดียวก็ขายได้ตั้งเจ็ดล้านแล้ว!”
“ราคานี้ไม่ต่ำเลยนะ” หลินซีที่กินชาลาเปาเสร็จ เช็ดปากอย่างสง่างามแล้วกล่าวว่า “ผลงานของปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมในช่วงไม่กี่ปีนี้ ผลงานของจิตรกรชั้นนำร่วมสมัยบางคน ราคาขายสูงสุดก็ไม่เกินยี่สิบล้าน”
พ่อตกใจ “ยี่สิบล้าน!?”
หลินซีเบ้ปาก “จะคุ้มค่าราคานี้ไหมก็แล้วแต่คนมอง ยังไงคนในวงการวรรณกรรมพวกนี้ ยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ราคางานก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น แต่โดยพื้นฐานแล้วก็คล้ายกับวงการบันเทิงของเรา เบื้องหลังมีทีมงานคอยปั่นราคา ถึงขนาดมีผลงานหลายชิ้นที่เป็นแค่เกมของนายทุน ภาพวาดของนาย ฉันจะใช้เงินห้าล้านซื้อ ตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้วทั้งนั้น แล้วพอมูลค่าของนายถูกปั่นขึ้นไปทำกำไรได้ ก็ต้องแบ่งส่วนให้ฉันมากขึ้น”
พ่อส่ายหน้า “ตามที่ลูกพูด คนที่อยู่ในวงการวรรณกรรมก็ไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น”
หลินซียิ้มกล่าว “คนในวงการวรรณกรรมบางคนมีความสามารถจริงๆ และพวกเขาก็ดูถูกการกระทำแบบนี้ แต่บางคนก็อาศัยการปั่นกระแสหาเลี้ยงชีพ และยังมีบางที่เป็นพวกมีทั้งความสามารถและยังร่วมมือกับผู้อุปถัมภ์ปั่นราคาตัวเองด้วย คนกลุ่มนี้แหละใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายที่สุด”
หลินจือไป๋พูดแทรก “พี่รู้เรื่องดีจัง”
ห