ลินซียักไหล่ “ยังไงพี่ก็ถือว่าเป็นเศรษฐีนีตัวเล็กๆ ละนะ ผู้อุปถัมภ์เบื้องหลังปรมาจารย์ด้านวรรณกรรมหลายคนก็มาจากวงการเรานี่แหละ ที่จริงแล้วอย่าว่าแต่ยุคปัจจุบันเลย แม้แต่ภาพวาดที่มีชื่อเสียงในอดีต ราคาก็ถูกปั่นให้สูงเกินจริง ข้างในมีองค์ประกอบของการปั่นราคาอยู่ไม่น้อย ถึงขั้นเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินด้วยซ้ำ”
“ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนแนวคิดดูไหมครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ผมจะไปสร้างชื่อเสียงในฐานะปรมาจารย์ด้านวรรณกรรม หลังจากนั้นผลงานของผมก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น”
“นั่นก็เป็นเรื่องดี” หลินซีมองหลินจือไป๋ “แต่การประชุมกวีนิพนธ์มีมาตรฐานสูงขนาดนั้น ความรู้ของนายจะพอใช้เหรอ?”
หลินจือไป๋ฮึดฮัด “น้องชายคนที่สองของพี่คนนี้ไร้เทียมทานนะครับ”
คนในครอบครัวหัวเราะลั่น ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แค่ดีใจที่หลินจือไป๋จะได้ไปเปิดตัวในการประชุม
หลังกินข้าวเสร็จ หลินจือไป๋เข้าอินเทอร์เน็ต พบว่าช่องแสดงความคิดเห็นบนแพลตฟอร์มจี๋กวงของเขาทั้งหมด ล้วนกำลังพูดถึงเรื่องที่เขาจะเข้าร่วมการประชุมกวีนิพนธ์
“ไปตี้เข้าร่วมการประชุมกวีนิพนธ์ ถือว่าข้ามมาสู่วงการวรรณกรรมสำเร็จแล้วใช่ไหม?”
“ยังไงคนที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมกวีนิพนธ์ ล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการวรรณกรรมฉินโจวของเราทั้งนั้น”
“นั่นต้องดูว่าระดับโคลงกลอนของไปตี้เป็นยังไงละนะ”
“ฉันว่าคนที่เก่งโคลงคู่ขนาดนั้น ต่อให้โคลงกลอนจะไม่เก่งมาก ก็คงไม่แย่เท่าไหร่