ั้วจะเป็นยังไง”
“คาดว่าหลินเจามูกับหยิ่นเทียนโฉวตอนนี้ก็คงจะรู้สึกสลดใจเหมือนกันสินะ”
“ยังไงก็เป็นคู่แข่งกันมานานหลายปี แต่ในบางมุมพวกเขาก็เป็นเหมือนเพื่อนกัน เพราะผู้สูงอายุสามท่านนี้แหละที่ครองวงการบันเทิงฉินโจวมาตลอดหลายปี”
“ไม่รู้ว่าทรัพย์สินของเทียนกวงจะถูกจัดสรรยังไง”
“ซูติ้งปัวมีลูกหลานมากมาย การจัดสรรทรัพย์สินที่เฉพาะเจาะจงน่าจะมีการประกาศให้รู้ในไม่ช้าละมั้ง”
ที่คฤหาสน์ซีฉา หลินเจามูนั่งเงียบอยู่ในห้องหนังสือเป็นเวลานาน ก่อนจะเอ่ยปากเบาๆ ว่า
“การจากไปของเหล่าซูครั้งนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเหงาจริงๆ คนอื่นรู้ว่าพวกเราเป็นคู่แข่งที่ต่อสู้กันมาหลายปี แต่ไม่รู้ว่าเขากับฉันสนิทสนมกันมาก ไปมาหาสู่กันตลอดหลายปี ถึงขนาดเคยคุยกันเรื่องดองญาติด้วยซ้ำ งานศพจะเริ่มเมื่อไหร่?”
“มะรืนนี้ครับ”
“ถึงเวลานั้นฉันจะไปคารวะ”
“ครับ”
“เลขาจิน นายคิดว่าฉันเหลือเวลาอีกเท่าไหร่?”
“ท่านจะต้องมีอายุยืนยาวร้อยปีแน่ครับ”
“ฉันไม่หวังจะมีอายุยืนยาวขนาดนั้นหรอก แค่หวังว่าในช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายนี้ จะได้เห็นผู้สืบทอดที่ยอดเยี่ยมมายืนอยู่ต่อหน้าฉัน”
“ท่านยังมีเวลาอีกมากครับ…”
“สถานการณ์ของฉัน ฉันรู้ดี ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำพินัยกรรมไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว”
เลขาจินเงียบไป หลินเจามูกล่าว “อยากดื่มเหล้าแล้ว”
เลขาจินส่ายหน้า “ท่านดื่มเหล้าไม่ได้ครับ”
หลินเจามูยิ้มเล็กน้อย แตรอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยว
“ฉันต้องกา