่ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น…”
เจียงเฉิงครุ่นคิด “คุณต้องการกู้เงินเหรอครับ?”
ซูฉานกล่าว “ถ้าคุนเผิงยินดีก็ย่อมดีที่สุดค่ะ”
เจียงเฉิงถอนหายใจ “เรื่องนี้ผมต้องขอปรึกษาเจ้านายก่อน แต่คุณอย่าคาดหวังมากเกินไปนะครับ ด้วยขนาดของเทียนกวงทีวี มูลค่าประเมินอย่างน้อยก็สามแสนล้านขึ้นไป คุนเผิงสตูดิโอไม่สามารถหาเงินมาได้มากขนาดนั้น”
“เปลี่ยนความคิด” หลินจือไป๋ก็กล่าวขึ้น “คุนเผิงเข้าถือหุ้นในเทียนกวงทีวีได้ไหมครับ? อย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้คิดจะฉวยโอกาส แต่การที่คุณจะกินรวบสถานีโทรทัศน์เทียนกวงที่มีมูลค่าสูงถึงสามแสนล้านขึ้นไปคนเดียวน่ะ เป็นไปไม่ได้เลย แม้ว่าคุณจะมีหุ้นบางส่วนอยู่ก็ตาม เว้นแต่พ่อของคุณจะสนับสนุน”
“ถ้าพ่อของคุณไม่ต้องการเสี่ยง คุณก็พิจารณาให้คุนเผิงเข้าถือหุ้นได้ พวกเรายังคงเป็นพันธมิตรกัน และความร่วมมือก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นด้วย”
หลินจือไป๋ไม่สามารถหยั่งรู้ความคิดของปู่ตนได้ ตอนนี้เสินฮวาทีวีอยู่ในมือของลุงสาม ต่อไปไม่แน่ว่าหุ้นก็จะถูกลุงสามเอาไปอีก ถ้าหลินจือไป๋เข้าถือหุ้นในสถานีโทรทัศน์เทียนกวง ต่อไปเขาก็สามารถใช้เทียนกวงทีวีทำศึกกับลุงสามได้
“คุณตัดสินใจได้เหรอ?” ซูฉานจ้องมองหลินจือไป๋ วันนี้ตนมาคุยธุระกับเจียงเฉิง แต่อีกฝ่ายกลับตามมาด้วย ทำให้เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างออกไป
“ผมต่อรองได้” หลินจือไป๋มองเจียงเฉิงแวบหนึ่ง
เจียงเฉิงพยักหน้า “อำนาจของเขาในคุนเผิงสูงกว่าผม”
ซูฉา