ตอนนี้จางอวิ๋นซั่ง จุเหวินจวี๋ เฉินอี่ และเฉาเยว่ ทั้งสี่คนรู้สึกราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่กองทัพที่พ่ายแพ้
และถูกบังคับให้รวมกลุ่มกันเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
“ยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้!”
“พวกเรายังมีโอกาส!”
“ถึงความนิยมของ ‘The Voice’ ในตอนแรกจะสูงอย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่รายการวาไรตี้ก็อัปเดตทีละตอน”
“ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป บางทีพวกเราอาจจะทำให้ความนิยมของรายการเพิ่มขึ้นภายหลังก็ได้”
“ใช่แล้ว”
“‘The Voice’ ที่อยู่ข้างๆ น่ะฉันก็ดูแล้ว พวกเรามีจุดหนึ่งที่สู้พวกเขาไม่ได้จริงๆ คือช่วงที่โค้ชแย่งลูกทีม”
“งั้นเอาแบบนี้ไหม การบันทึกเทปครั้งต่อไป พวกเราทำให้บรรยากาศมันตึงเครียดขึ้นหน่อย”
“ทุกคนทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน ถ้ามัวแต่ปรองดองกันคงทำให้รายการวาไรตี้น่าสนใจขึ้นมาไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นตอนต่อๆ ไปพวกเราก็จะเรียนรู้กลยุทธ์การแย่งลูกทีมแบบพวกเขา”
“ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง เพราะถ้ารายการนี้ไม่เหลือทางรอดแล้ว พวกเราก็คงไม่เหลืออะไรดีๆ เหมือนกัน”
“อีกอย่าง ‘The Voice’ อาจจะไม่ได้ไร้เทียมทานขนาดนั้นก็ได้ ลองคิดดูดีๆ”
“พวกเขาอาจจะเอาผู้เข้าแข่งขันที่ดีที่สุดมาไว้เทปแรกเพื่อสร้างเสียงฮือฮา”
“ไม่แน่คุณภาพของผู้เข้าแข่งขันในตอนที่สองของพวกเขาอาจจะไม่ดีเท่านี้ก็ได้นะ!”
“ฉันก็คิดแบบนั้น”
“พวกเขาต้องเอาผู้เข้าแข่งขันดีๆ มาไว้เทปแรกก็เพื่อสร้างกระแสที่ไร้เทียมทาน”
“พอคุณภาพผู้เข้าแข่งขันในตอน