้สนใจไม่ใช่ว่าคนที่มาตามทางจะด้อยกว่าคนที่จบจากสถาบันเสมอไปจริงไหม
“ขอบคุณครับอาจารย์ไปตี้!”
ครั้งนี้จินเสี่ยวเฟิงไม่ได้พูดติดอ่างแล้วหลินจือไป๋เห็นอีกฝ่ายยังไม่ไปไหนแถมยังทำท่าเหมือนมีอะไรอยากพูดก็เลยเอ่ยปากถามว่า “มีเรื่องอื่นอีกเหรอครับ?”
“ผมอยากขอให้อาจารย์ไปตี้ช่วยฟังเพลงอีกสักสองสามเพลงครับ!”
“ครับ? คุณบันทึกไว้เยอะเลยเหรอ?”
“ใช่ครับพวกเขาถูกคัดออกเหมือนกับเถียนเหวยแต่ผมรู้สึกว่าน่าเสียดายมาก…”
“ขอฟังหน่อยครับ”
“เดี๋ยวผมหาหูฟัง…”
“เปิดลำโพงนั่นแหละไม่มีปัญหาหรอก”
“ได้ครับผู้เข้าแข่งขันคนนี้ชื่อหลัวเยี่ยนคุณลองฟังดูสิครับ”
“เปิดเลย”
หลินจือไป๋มองดูวิดีโอที่บันทึกจากโทรศัพท์มือถือแม้จะมีความคมชัดพอใช้ได้แต่เสียงที่บันทึกนั้นไม่เป็นมืออาชีพเลยเพราะจินเสี่ยวเฟิงใช้แค่โทรศัพท์มือถือบันทึกเท่านั้นแต่ว่าทันทีที่หลัวเยี่ยนอ้าปากร้องหลินจือไป๋ก็มองข้ามปัญหาเรื่องการบันทึกที่ไม่เป็นมืออาชีพไปทันทีเขาประหลาดใจเล็กน้อย “นี่ผู้ชายใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!”
“ร้องเสียงผู้หญิง”
เรื่องนี้หลินจือไป๋เองก็ทำได้แต่เขาใช้ตัวช่วยซึ่งแตกต่างจากหลัวเยี่ยนที่ทำได้โดยไม่พึ่งตัวช่วยแทบจะไม่มีความขัดแย้งใดๆ ในน้ำเสียงเลย!
เสียงร้องดีนี่!
นี่นะเสียงร้องไม่ดีเหรอ?
หลินจือไป๋ตบไหล่จินเสี่ยวเฟิงหมอนี่ดูอายุแค่สามสิบกว่าแต่สายตากลับเฉียบขาด “หลิวหวาให้หลัวเยี่ยนตกรอบเหรอครับ?”
“ผู้จัดการหลิวคิดว่ากรณีของหลัวเยี่ยนเป