สวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในทันที!
เจียงเฉิง รีบโทรศัพท์หา หลินจือไป๋ ถามว่าจะให้หลีเหวยหุบปากหรือไม่ คุนเผิงมีความสามารถที่จะระงับข่าวและมีคุณสมบัติที่จะทำให้หลีเหวยปิดปากได้ แม้จะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายเล็กน้อยก็ตาม
“ไม่ต้องครับ”
หลินจือไป๋ ไม่ต้องการระงับการเปิดเผยข่าวนี้ ถึงให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นความขัดแย้งระหว่างเขากับหลินเฟิ่งก็ไม่เป็นไร
แม้ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตจะมีคนคาดเดามากมาย บ้างก็ว่าทั้งหมดเป็นเพราะ ไปตี้ และทายาทตระกูลหลินอย่าง หลินเฟิ่ง กำลังแย่งชิงทรัพย์สมบัติของตระกูล
ทั้งราชาราชินีเพลงและซูเปอร์สตาร์เหนือแถวหน้าที่ดูเหมือนจะเก่งกาจ แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากของตระกูลมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง บลาๆๆ
ในฐานะหลานชายคนเล็กสุดของหลินเจามู่ ไม่ช้าก็เร็ว หลินจือไป๋ จะต้องถูกลากเข้าไปในกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทำนองนี้อยู่ดี ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เรื่องอื้อฉาว อย่าว่าแต่ตระกูลใหญ่เลย แม้แต่ญาติของครอบครัวธรรมดาก็ยังมีความขัดแย้งกัน
“ได้ครับ”
เจียงเฉิงยิ้มกล่าว “ผมดูการพูดคุยของพวกชาวเน็ตแล้ว ภาพลักษณ์ของไปตี้ไม่ได้รับผลกระทบ ทุกคนยังสนใจกับการเสพข่าวอยู่ครับ”
“อืม แล้วเรื่องโฆษณาผู้สนับสนุนถึงไหนแล้วครับ?”
หลังจากที่รายการ ‘The Voice’ ของคุนเผิงก่อตั้ง แค่เชิญโค้ชสี่คนก็ใช้เงินไปกว่าหนึ่งร้อยล้านแล้ว รวมกับค่าใช้จ่ายในการผลิตต่างๆ คาดว่าต้นทุนรวมจะอยู่ที่ประมาณสองร้อยล้าน
จึงจำเป็นต้องหา