โฆษณาผู้สนับสนุนให้ได้มากๆ เพื่อเอาทุนคืน คาดว่าหลินเฟิ่งก็คงต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน เพราะรายการของหลินเฟิ่งมีแนวโน้มสูงที่ต้นทุนจะสูงกว่า
เธอไม่เหมือน หลินจือไป๋ ที่มีความสัมพันธ์อย่างซูอานและไปตี้ ทำให้โค้ชทั้งสี่คนยอมรับค่าตัวในราคามิตรภาพในที่สุด
“กำลังติดต่ออยู่ครับ”
เจียงเฉิงกล่าวว่า “แบรนด์หลายเจ้าที่เคยร่วมงานกับรายการวาไรตี้ของคุนเผิงมาก่อน ต่างก็สนใจรายการของเราไม่น้อยเลยครับ”
“ดีครับ”
สถานการณ์ใหญ่โตจริงๆ ตอนนี้ หลินจือไป๋ เลยทุ่มความสนใจให้กับรายการ ‘The Voice’ มากเป็นพิเศษ
“แล้วผมก็เปิดรับสมัครรอบออดิชันไปแล้วด้วยครับ”
เจียงเฉิงกล่าวอย่างลังเลว่า “พวกเราแน่ใจว่าจะไม่หาเด็กฝึกมาเพิ่มคุณภาพเฉลี่ยของผู้เข้าแข่งขัน แต่จะเปิดออดิชันแบบไร้ข้อจำกัดเลยเหรอครับ รายการประกวดร้องเพลงแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่โค้ชอย่างเดียวนะครับ แต่อยู่ที่ฝีมือของผู้เข้าแข่งขันด้วย”
“ทำตามที่ผมบอกเถอะครับ”
หลินจือไป๋ เน้นย้ำ “รายการของเราเป็นรายการที่ฟังแต่เสียง”
เจียงเฉิงพยักหน้า “แต่ผมต้องเตือนเจ้านายนะครับว่าทาง ‘ศิษย์ครู’ ก็กำลังออดิชันอยู่เหมือนกัน แต่พวกเขาได้หาเด็กฝึกมาบ้างแล้ว แถมมาตรฐานการคัดเลือกยังอ้างอิงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรูปลักษณ์ภายนอกของผู้เข้าแข่งขันด้วย ถ้าพวกเราฟังแต่เสียงอย่างเดียว บางคนร้องเพลงได้ดีมากก็จริง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของผู้เข้าแข่งขันก็ยากที่จะดึงดูดผู้ชมนะครับ…”