“ผมบอกแล้ว”
หลินจือไป๋ เน้นย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ดูอายุ ไม่ดูหน้าตา ไม่ดูว่าพื้นเพเป็นยังไง ต่อให้เป็นบ้าอายุห้าสิบขอแค่ร้องเพลงได้ดีพอก็ให้เข้ามาเลย ผมจะคอยจับตาดูนะ ถ้ารอบออดิชันมีผู้เข้าแข่งขันที่ร้องเพลงไม่ดีพอ นั่นถือเป็นความบกพร่องในหน้าที่ของพี่”
“เข้าใจครับ”
เมื่อเห็น หลินจือไป๋ พูดอย่างจริงจัง เจียงเฉิงก็พยักหน้าอย่างจริงจัง ตั้งใจจะทำตามแนวคิดของเจ้านายให้ถึงที่สุด
อีกด้านหนึ่ง หลินเฟิ่ง และ หลินกง มารวมตัวกัน
“พี่กง ครั้งนี้พี่ต้องช่วยฉันนะ ช่วยฉันก็เหมือนช่วยตัวพี่เอง พวกเรามาร่วมมือกันจัดการ หลินจือไป๋ เถอะ”
“ให้ตายสิ เธอมาขอเงินสองร้อยล้านจากฉันเนี่ยนะ!”
หลินกงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “แบรนด์ต่างๆ ภายใต้การดูแลของฉัน รวมกันยังหาค่าโฆษณาผู้สนับสนุนสองร้อยล้านไม่ได้เลย!”
หลินเฟิ่งกำลังหาผู้สนับสนุนโฆษณาให้กับรายการ สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือการมาหาหลินกง เพราะหลินกงดูแลเรื่องแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มหลายแบรนด์ภายใต้เสินฮว่ากรุ๊ป ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆ
ตราบใดที่หลินกงยินดีเซ็นชื่อเพื่อให้แบรนด์ภายใต้เสินฮว่ากรุ๊ปเหล่านี้สนับสนุนรายการ ‘ศิษย์ครู’ ในการโฆษณา หลินเฟิ่งก็จะสามารถคืนทุนได้ไม่น้อยในคราวเดียว
“พี่อย่ามาทำเป็นจนกับฉันหน่อยเลย”
หลินเฟิ่งเบะปาก “ถ้าพี่ไม่สนับสนุนฉันแล้วพี่จะไปสนับสนุนรายการของ หลินจือไป๋ เหรอ?”
หลินกงกล่าวว่า “นั่นเป็นรายการของคุนเผิง ไม่ใช่ของ หลิ