“คุนเผิงเหรอครับ?”
หลินจือไปทำเป็นเพิ่งรู้เรื่องนี้ พลางพูดลอยๆ ว่า “ให้พวกเขาส่งแผนงานวาไรตี้มาให้ผมดูก่อน ผมอ่านเสร็จแล้วจะตัดสินใจอีกทีครับ”
“ได้ เดี๋ยวฉันจะส่งให้เธอด้วยตัวเองเลย”
ท่าทีของหลินเวยเป็นมิตรมาก ทำให้หลินจือไปเดาไม่ออกว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้สุภาพขนาดนี้
ขณะที่หลินจือไปกำลังจะออกไป หลินเวยก็เรียกเขาไว้ “เสี่ยวไป๋ ป้ามีเรื่องอยากจะขอปรึกษาหน่อย”
“ป้าเชิญพูดมาได้เลยครับ” คนยิ้มให้ ใครจะทำร้ายกันเล่า หลินเวยพูดอย่างสุภาพ หลินจือไปก็ตอบอย่างสุภาพเช่นกัน
“คืออย่างนี้ ลุงเขยของเธอมีโรงพิมพ์อยู่หลายแห่งไม่ใช่เหรอ แต่ก่อนโรงพิมพ์พวกนั้นก็มักจะได้ร่วมงานกับสำนักพิมพ์เสินฮวาของเรา แต่พักนี้ฉันได้ยินมาว่าการพิมพ์และการจัดจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์เสินฮวาไม่ได้ใช้โรงพิมพ์ของเขาแล้ว ฉันเลยคิดว่าตอนนี้สำนักพิมพ์เสินฮวาอยู่ในความดูแลของเธอ เธออาจจะไม่พอใจลุงเขยอยู่ใช่หรือเปล่า บอกป้าได้เลยนะ! ป้าจะให้เขาไปแก้ไข…”
“โรงพิมพ์ต้าฮวาเหรอครับ?”
“ใช่ๆ อันนั้นแหละ!” หลินเวยมองหลินจือไปด้วยแววตาที่ทั้งคาดหวังและเอาอกเอาใจ
หลินจือไปพูด “แนวทางความร่วมมือกับโรงพิมพ์ต้าฮวา เป็นนโยบายที่อดีตรองประธานสำนักพิมพ์อย่างหลัวตาเป็นคนกำหนดไว้ ต่อมาหลัวตามีปัญหา โครงการที่เขาเป็นหัวหน้าก็เลยถูกผมสั่งยกเลิกไปด้วย ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับลุงเขยเลยครับ”
สิ่งที่หลินจือไปพูดเป็นความจริง พอหลัวตาหมดอำนาจ พวกพ้องก็