หนีหายเหมือนน้ำร้อนลวก หมดชาก็เย็น ต้นไม้ล้มฝูงลิงกระจัดกระจาย โครงการที่เขาเป็นหัวหน้าหลินจือไปก็สั่งตัดไปตามความเหมาะสม ไม่คิดเลยว่าจะพลอยกระทบลุงเขยไปด้วย อย่างไรก็เป็นแค่เรื่องที่พูดขึ้นมาไม่กี่คำในที่ประชุม หลินจือไปไม่ได้ขุดลึกอะไรขนาดนั้น ลูกน้องข้างล่างน่าจะทำเกินไปเองเสียมากกว่า ไม่แน่อาจมีคนเดาใจตนแล้วจงใจทำให้ลุงเขยเสียหน้าก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นป้าคงไม่แสดงท่าทีแบบนี้
“ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดจริงหรือเปล่า เราพูดกันตรงๆ เลยนะ… เสี่ยวไป๋ เรื่องระหว่างเธอกับ ‘ลุง’ ของเธอ ฉันไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลย รวมทั้งลุงเขยของเธอก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เขาแค่ใช้ความสัมพันธ์ผ่านฉันไปติดต่อกับหลัวตา… ฉันสาบานได้ว่าฉันกับลุงเขยของเธอไม่เคยทำอะไรที่ทรยศต่อครอบครัวของพวกเธอเลย เธอจะกลับไปถามพ่อของเธอก็ได้”
เว้นไปครู่หนึ่ง หลินเวยกัดฟันก้มหน้าลง เอ่ยวิงวอนเสียงแผ่ว “เพราะงั้น ช่วยปล่อยลุงเขยของเธอเถอะนะ ได้ไหม? ป้าขอร้องเธอละ โปรดปรานีหลินจือไป”
ตอนนี้หลินเวยดูออกจากคำพูดอ้อมค้อมหรือท่าทีเล็กๆ น้อยๆ ก็พอจะสัมผัสได้ถึงท่าทีของปู่ หลินเวยถึงกับสงสัยว่าในอนาคตหลินจือไปจะได้กลายเป็นหนึ่งในผู้กุมอำนาจในเสินฮวากรุ๊ปเลยทีเดียว! ในสถานการณ์แบบนี้หลินเวยไม่กล้าแสดงท่าทีอาวุโส ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าหลินจือไปยังกุมชะตากรรมธุรกิจของสามีเธอไว้ในมือด้วย พูดแบบนี้แล้วกัน ขอแค่หลินจือไปเอ่ยปา