กออกไป วงการสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมดก็คงไม่มีใครกล้าร่วมงานกับโรงพิมพ์ต้าฮวาอีกเลย!
นี่เป็นคำพูดที่สามีของหลินเวยบอกเธอเมื่อคืน ทั้งวงการสื่อสิ่งพิมพ์ฉินโจว ตอนนี้สำนักพิมพ์เสินฮวาใหญ่ที่สุดแล้ว หลานชายของเธอคนนั้นฝีมือสูงล้ำถึงขนาดสำนักพิมพ์นาเซินกับสำนักพิมพ์เทียนกวงยังไม่กล้าแม้แต่จะต่อกรกับเขาเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้โรงพิมพ์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของฉันตอนนี้ต่างก็ต้องดูสีหน้าของเขาในการเลี้ยง ‘ปากท้อง’
กระทั่งตอนท้ายสามียังแอบบ่นเธอเบาๆ ว่าทำไมตนที่เป็นป้าถึงได้รักษาความสัมพันธ์กับครอบครัวหลานชายได้เย็นชาขนาดนี้? จนถึงขั้นที่หลินจือไปต่อสู้ห้ำหั่นกับบรรดาลุงๆ สุดท้ายครอบครัวเธอกลับกลายเป็นเหยื่อของศึกครั้งนี้เสียเอง ด้วยเหตุนี้หลินเวยจำต้องก้มหัวยอมสละศักดิ์ศรี ละทิ้งความหยิ่งทะนงของผู้ใหญ่ลง เธอเป็นลูกสาว เรื่องสืบทอดเสินฮวากรุ๊ปอะไรนั่น ตั้งแต่รุ่นพ่อก็ไม่เคยมีความหวังอยู่แล้ว จะไปเทียบกับหลานชายคนนี้ที่มีค่ามหาศาลได้ยังไง
“ปล่อยลุงเขยไปเหรอ?” มองหลินเวยที่ก้มหัวให้ตน หลินจือไปกลับไม่ได้รู้สึกสะใจ
ถ้าเป็นสามพี่ชายของหลินเวย หรือก็คือลุงทั้งสามของหลินจือไปที่ยอมก้มหัวให้แบบนี้ หลินจือไปอาจจะรู้สึกดีอยู่บ้าง และถึงแม้ลุงทั้งสามจะยอมก้มหัว หลินจือไปก็ไม่ระมือ ส่วนหลินเวยกับลุงเขย
หลินจือไปพูด “ผมจะตรวจสอบคุณสมบัติของโรงพิมพ์ต้าฮวา ถ้าไม่มีปัญหา สำนักพิมพ์เสินฮวาก็จะร่วมงานต่อไปครับ”
“