ังสือมากขนาดนี้แล้วเหรอ?”
“ก็พอได้” หลินจือไปยิ้มกล่าว “ถ้าผมจะเล่นงานลุงเขยจริงๆ โรงพิมพ์ต้าฮวาก็เหลือแค่สองทางเลือก ไม่ไปพึ่งสำนักพิมพ์เทียนกวงก็ไปร่วมงานกับนาเซิน แต่สองเจ้านั้นไม่มีทางช่วยลุงเขยหรอก”
ดังนั้นหลินจือไปคือที่พึ่งเดียวของโรงพิมพ์ต้าฮวา
แน่นอนว่าถ้าลุงเขยยอมลดตัวไปทำงานกับสำนักพิมพ์เล็กๆ โรงพิมพ์ก็ยังพอไปต่อได้ เพียงแต่อย่าหวังว่าจะใหญ่โตได้เหมือนกับตอนนี้ เพราะปริมาณงานพิมพ์น้อยเกินไป ไม่เหมือนกับสำนักพิมพ์เสินฮวาที่ตอนนี้ครองอันดับหนึ่งของทั้งฉินโจว ปีหนึ่งพิมพ์หนังสือหลายพันล้านเล่ม มูลค่าคำสั่งซื้อนั้นสำหรับโรงพิมพ์แล้วมหาศาลเกินประเมิน!
“นายนี่ไปได้ไกลจริงๆ” หลินซียิ้มกล่าว “แต่หลังจากป้าคนนี้ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการแผนกเพลงแล้ว ก็ปฏิบัติกับฉันดีใช้ได้เลยนะ”
“อืม”
เหมือนป้าคนนี้จะไม่ใช่คนที่ชอบหาเรื่อง คิดอยู่ครู่หนึ่งหลินจือไปก็พูดว่า “ผมช่วยหาตำแหน่งรองผู้จัดการแผนกเพลงมาให้พี่แล้ว จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพี่แล้วล่ะ”
“กรี๊ด!” หลินซีดีใจสุดๆ “ฉันมีหวังจะได้เป็นรองผู้จัดการแผนกเพลงจริงๆ เหรอ?”
หลินจือไปพยักหน้า พลันนึกขึ้นได้ว่าการสอบจำลองครั้งแรกที่ปู่กำหนดใกล้ต้องส่งข้อสอบแล้ว ตนที่ส่งข้อสอบก่อนเวลา แถมยังได้เต็มร้อย ไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้อะไรบ้าง ปู่คงไม่ได้ยกสำนักพิมพ์เสินฮวาให้ตนแล้วจบแค่นั้นหรอกนะ?
“ไม่นึกเลยว่าตอนนี้อาชีพการงานของพี่จะขึ้นอยู่กับนายคนเดียวแ