เพื่อจะทำลายวงจรนี้ ฉันเองก็เคยพยายามแย่งพวงมาลัยจากลุงคนขับเหมือนกัน”
เซียวเฮ่ออวิ่นพูด “มันไม่เหมือนกันนะ”
เห็นหลี่ซือฉิงเงียบไป เซียวเฮ่ออวิ่นจึงเอ่ยเสียงเบา “เราอยู่ในวงจรนี้ พยายามหาทางแก้เกมเพราะเรารู้ดีว่าถ้าไม่แย่งพวงมาลัย ผลลัพธ์มันจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้ แต่หวังเหมิงเหมิงนะไม่ได้ผ่านวงจรแบบนี้มา…”
เสียงพูดสะดุดลงกะทันหัน กล้องพลันดึงออกเป็นภาพระยะไกล แล้วค่อยโฟกัสกลับมาที่สีหน้าของเซียวเฮ่ออวิ่น แววตาเขาสั่นไหวเล็กน้อย แสดงสีหน้าสับสนคลางแคลง!
ชั่วพริบตาเดียว ความทรงจำของเซียวเฮ่ออวิ่นก็ไหลย้อนกลับอย่างบ้าคลั่ง!
ฟึ่บ!
เริ่มจากภาพหลี่ซือฉิงแย่งพวงมาลัย ต่อด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดที่หวังเหมิงเหมิงแย่งพวงมาลัยจากคนขับ..
และในภาพจากกล้องวงจรปิดสุดท้าย!
สายตาที่หันกลับมามองก่อนหวังเหมิงเหมิงจะลงจากรถ!
และในเวลาเดียวกัน หลี่ซือฉิงพึมพำว่า “ในการวนลูปนับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีใครเข้าใจการกระทำของเรา บางทีในสายตาของผู้โดยสารคนอื่น พวกเราอาจไม่ต่างอะไรกับหวังเหมิงเหมิงในตอนนั้นเลยก็ได้นะ?”
พูดถึงตรงนี้ ทั้งสองก็สบตากัน
เซียวเฮ่ออวิ่นเอ่ยอย่างขมขื่นเล็กน้อย “ในการวนลูปครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายเราก็ประสบความสำเร็จ งั้นเป็นไปได้ไหมว่าที่จริงแล้วในตอนนั้น หวังเหมิงเหมิงก็เคยติดอยู่ในลูปเหมือนพวกเรา เพียงแต่เราโชคดีที่ทำสำเร็จ ส่วนเธอล้มเหลว?”
หลี่ซือฉิงเอ่ยเบาช้า “ไม่รู้สิ…”
เหมือนสมมติฐานนี้