ๆ หน่อยนะ’
ชาวเน็ตพูดคุยกันทำนองนี้ หลินจือไป๋ ลองไล่ดูความคิดเห็นอยู่พักหนึ่งก็พบว่าผู้คนคาดหวังในตัวเขาอยู่จริงๆ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังสูงเกินไป ความกดดันเลยลดลงไปมาก
กลับเป็นคนในบ้านเสียอีกที่แปลกใจ หลินซียิ้มกล่าว “นานๆ ทีนะนายจะยอมไปร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยน่ะเนี่ย”
หลินเซิ่งเทียนเห็นว่า หลินจือไป๋ ออกงานในมหาวิทยาลัยให้มากหน่อยก็เป็นเรื่องดี ยังไงช่วงเวลามหาวิทยาลัยที่เหลืออยู่ก็มีไม่มากแล้ว ถือว่าเก็บเกี่ยวความทรงจำไว้บ้างแล้วกัน
“พูดถูกเลยล่ะ” แม่อมยิ้มกล่าว “ตอนแม่เรียนมหาลัยไม่ได้ประกวดร้องเพลงเลยสักครั้ง เสียดายมาจนทุกวันนี้ สมัยเรียนน่าจะออกไปเข้าร่วมกิจกรรมกับการประกวดแบบนี้ให้มากๆ หน่อย”
“เรื่องดีเลย” พอก็พยักหน้า เขามักรู้สึกว่าลูกชายคนเล็กคนนี้โตเกินวัย ไม่ค่อยเหมือนนักศึกษาเท่าไหร่
“ถ้าคว้าสักอันดับติดไม้ติดมือมาด้วยก็ยิ่งดี” พ่อเสริมอีกประโยค “ยังไงฝีมือภาษาของลูกก็ดีอยู่แล้ว เรื่องนี้พวกเราต่างก็รู้”
“งั้นผมจะลองดูครับ”
เพื่อดึงความทรงจำเกี่ยวกับกลอนคู่จากชาติก่อน หลินจือไป๋ ต้องเสียคะแนนชื่อเสียงให้กับระบบไปไม่น้อย รอบนี้อย่างน้อยก็ต้องเอาทุนคืนจากเวทีแข่งขันกลอนคู่ให้ได้ละนะ?