รทีวีเมื่อไหร่เรตติ้งก็น่าจะไม่ต่ำเหมือนกัน”
“ไอ้ปู่เยโหวนี่ทำไมถึงได้เขียนหนังสือไวขนาดนี้เนี่ย!”
หลินเชี่ย หงุดหงิด “ก็เพราะไอ้ปู่เยโหวเฮงซวยนี่แหละฉันถึงถูกจับย่างอยู่บนกองไฟ ตอนนี้คนที่เพิ่งเข้าวงการมาได้แค่สองปี ทำไมถึงเก่งกาจมากฝีมือขนาดนี้…”
คนพูดอาจไม่ตั้งใจแต่คนฟังกลับฉุกคิด สีหน้าของหลินเพิ่งเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาค้นข้อมูลแล้วพูดอย่างความแคลงใจว่า “หนูลองเช็กดูแล้ว ปู่เยโหวคนนี้ยังเข้าวงการไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ ถ้านับให้เป๊ะก็ประมาณหนึ่งปีกับสิบเดือนเอง?”
“แล้วยังไง? ต้องการจะสื่ออะไร?”
หลินเชี่ย กำลังอารมณ์เสีย จ้องลูกสาวหลินเพิ่งตาขวาง “จะบอกว่าไอ้หมอนี่มันเก่งมากนักหรือไง?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
หลินเพิ่งหรี่ตาพูดว่า “พ่อไม่เคยคิดเหรอว่าทำไมปู่เยโหวถึงปิดบังตัวตนไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง?”
“ทำไมล่ะ?”
หลินเชี่ย สังเกตว่าลูกสาวเหมือนมีข้อสันนิษฐานบางอย่าง หลินเพิ่งยิ้มเย็นชา “เพราะหนูสงสัยว่าปู่เยโหวคนนี้อาจจะไม่มีตัวตนจริงๆ อยู่ตั้งแต่แรกน่ะสิ!”
พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน?
หลินเชี่ย เกิดความสงสัย “เพราะเขาอัจฉริยะเกินไปเหรอ?”
หลินเพิ่งส่ายหน้า “อัจฉริยะก็ต้องมีขอบเขตสิ หนูเพิ่งค้นประวัติของปู่เยโหวมา เขาเข้าวงการยังไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ
ถ้ารวม ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ ที่กำลังจะตีพิมพ์ เท่ากับว่าเขาเขียนนิยายไปแล้วเจ็ดเรื่อง นอกจากนั้นเขายังมีบทละครโทรทัศน์อีกสี่เรื่อง