…”
หลินเพิ่งลองคำนวณจำนวนคำของงานทั้งหมดเหล่านี้ สุดท้ายก็สรุปได้ว่า “งั้นก็หมายความว่าปู่เยโหวใช้เวลาไม่ถึงสองปี เขียนเนื้อหาได้ถึงหกล้านคำเลยนะสิ!”
“หกล้านคำเหรอ?”
หลินเชี่ย เองก็ไม่เคยนับจริงๆ ว่ารวมงานเขียนทั้งหมดของปู่เยโหวแล้วได้กี่คำ แม้ตัวเลขจะเวอร์ไปบ้างแต่ก็ยังพออยู่ในกรอบที่คนทั่วไปพอจะรับได้
“ถ้าเขียนวันละสักหนึ่งหมื่นคำก็น่าจะทำได้ไม่ใช่เหรอ?”
“ต่อให้เขาเขียนได้วันละหนึ่งหมื่นคำก็เถอะ แต่พ่อไม่รู้สึกเหรอว่างานของคนคนนี้สไตล์ไม่เป็นเนื้อเดียวกันเลย ละครก็ไล่ตั้งแต่แนวตำรวจอาชญากรรมไปจนถึงดรามาน้ำเน่า แล้วก็วกกลับมาที่กำลังภายใน แถมยังมีมินิซีรีส์ล้อเลียนที่ออกในเว็บไซต์วิดีโอคุณเผิงอีก แค่นี้ยังพอว่า ที่สำคัญกว่านั้นคือนิยายของปู่เยโหวยิ่งสไตล์ไม่เป็นเนื้อเดียวกันเข้าไปใหญ่ ดูแวบเดียวก็เหมือนไม่น่าใช่งานของคนคนเดียวเลย…”
“ลูกหมายความว่ายังไง?”
หลินเชี่ย ใจเต้นกระตุก “หรือนามปากกาปู่เยโหวที่จริงแล้วเป็นกลุ่มนักเขียนบทและนักเขียนฝีมือฉกาจใช้ร่วมกัน?”
“ใกล้เคียงมาก!”
หลินเพิ่งยิ่งพูดยิ่งมั่นใจว่าตนค้นพบความจริงแล้ว “ไม่อย่างนั้นจะอธิบายยังไงว่าทำไมสำนวนและแนวงานของเขาถึงเปลี่ยนไปได้สารพัดล่ะ? ถ้าไม่ใช่คุณเผิงอยากสร้างเทพ ยกให้ชื่อปู่เยโหวศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาพวกเขาจะได้โกยเงินได้มากขึ้น!”
“แต่เรายังไม่มีหลักฐานนะ” หลินเชี่ย ขมวดคิ้ว
หลินเพิ่งเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องบางเรื่องไม่