่า เสี่ยวเฮยก็เป็นประธานสำนักพิมพ์เขาอาจจะไปพูดคุยกับอาจารย์ปู่เยโหวราบรื่นก็ได้”
ว่าพลางหลินซีก็หันไปมอง หลินจือไป๋ “พอไหวไหม?”
หลินจือไป๋ ยังไม่ทันตอบ แม่ก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “นักเขียนระดับอย่างปู่เยโหว ความสัมพันธ์กับสำนักพิมพ์น่าจะเป็นแบบเท่าเทียมกันนะ ถึงเสี่ยวเฮยจะเป็นประธานสำนักพิมพ์แต่เรื่องแบบนี้ก็ยากมาก…”
“ผมจะลองดูแล้วกัน”
หลินจือไป๋ ยิ้มพลางกล่าว เขาตั้งใจจะสั่งสอน หลินเชี่ย แต่ไม่ถึงขั้นให้พ่อของตนต้องเดือดร้อนไปด้วย ต่อไปถึงเวลาร่วมมือก็ยังร่วมมือ เก็บเงินมากหน่อยก็พอ เป้าหมายหลักคือกดดันลุงรองอย่าง หลินเชี่ย
พ่อเห็น หลินจือไป๋ เหมือนจะมั่นใจไม่น้อยก็อดทึ่ง “ลูกนี่ใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยนะ ฝั่งซูฉานก็จัดการได้ ฝั่งปู่เยโหวก็ยังจัดการได้อีกเหรอ?”
“ยังไม่แน่หรอกครับ”
หลินจือไป๋ ยิ้มบางๆ ยังไม่อยากเปิดเผยกับคนในบ้านตอนนี้ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่กลัวว่าพวกเขาจะเผลอหลุดปากไปข้างนอก
เวลานี้กริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น หลินเซิ่งเทียนเดินไปที่ประตูไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกองหนังสือ
“นี่คือ?”
“ผมให้คนไปซื้อ ‘ตำนานศึกเทพอินทรี’ มา”
หลินเซิ่งเทียนบอกว่าเขาซื้อมาอย่างละหกเล่ม ทั้งครอบครัวคนละเล่มพอดี แม้แต่แม่บ้านก็ยังมี หลินจือไป๋ จึงได้มาด้วยหนึ่งเล่ม
“พ่อขอดูหน่อย!”
พ่อสนใจขึ้นมาทันที หยิบหนังสือนั่งลงที่โซฟาเตรียมเปิดอ่าน พี่ชายพี่สาวกับแม่ก็พากันนั่งลงอ่านตาม หลินจือไป๋ ยืนสังเกตอยู่ข้างๆ อย