บ้านของหลินจือไป๋ แม่กำลังนั่งบนโซฟามือถือรีโมตไว้แน่น
หลินจือไป๋ หลินเซิ่งเทียน หลินซี และพอก็นั่งเรียงกันเป็นแถว รอการออกอากาศของ ‘มังกรหยก’
“กำลังจะเริ่มแล้วนะ”
“เอาเมล็ดแตงมากินหน่อย”
“ใครเป็นคนเสนอคนนั้นกวาดพื้น หลินซี ถึงตอนนั้นลูกกวาดนะ”
“ให้เซิ่งเทียนกวาดสิ”
“ให้พอกวาดสิ”
“ทำไมไม่ให้เสี่ยวเฮยกวาดละ?”
“เสี่ยวเฮยมีความดีความชอบนะ ถ้าไม่ใช่เขาที่ใช้มารยาหนุ่มหลอกล่อซูฉาน เทียนกวงก็คงไม่รับไม้ต่อ ‘มังกรหยก’ หรอก!”
แม้พูดอย่างนี้… ครอบครัวของหลินเชี่ยก็กำลังดูสถานีโทรทัศน์เทียนกวงเหมือนกัน
เพียงแต่บรรยากาศต่างจากบ้านของหลินจือไป๋ บ้านลุงรองดูจะกระสับกระส่ายกว่าชัดเจน
“ทำไมยังไม่เริ่มสักทีเนี่ย” หลินหูรอจนชักจะหงุดหงิด
ส่วนหลินเพิ่งทำหน้าไม่ยี่หระ เล่นมือถือไปพลางเชิดปากพูดว่า
“มันจะมีอะไรน่าดูกันละ อยู่ในวงการนี้มาตั้งกี่ปี พวกนายยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าการฝืนกระแสตลาดไม่มีจุดจบที่ดีหรอก ต่อให้เป็นปู่เยโหวก็เถอะ รอบนี้พ่อชนะแน่นอน!”
“ลูกสาวคนเก่งพูดถูก ต่อให้เป็นปู่เยโหวก็ไม่รอด” หลินเชี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ
แต่ที่จริงเปลือกตาเขากลับสั่นไหวประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ก็แค่ละครกำลังภายในที่ตลาดไม่เอาแล้วเท่านั้น ตนจะกังวลอะไร?
เวลานี้เอง จู่ๆ หลินเป้าที่ก้มดูมือถืออยู่ก็โพล่งด่าออกมาว่า “ปู่เยโหว? ปู่เยโหวมันจะนับเป็นตัวอะไร!”
“พูดถูกเผง! ปู่เยโหวไม่เห็นจะวิเศษอะไร!” หลินหูหัวเราะขึ้นมา