สามวันต่อมา สำนักพิมพ์เสินฮวามีการประชุมอีกครั้ง หลินจือไป๋นั่งที่เก้าอี้ประธานไม่พูดอะไร มีแต่ผู้บริหารระดับกลางและสูงลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก
“ผมขอร้องเรียนรองประธานหลัวตั้นครับ!”
“หลัวตั้นใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว!”
“หลัวตั้นรังแกลูกน้อง!”
“หลัวตั้นเคยติดสินบนในออฟฟิศครับ!”
“ผมขอเสนอให้ปลดหลัวตั้นจากตำแหน่งรองประธาน!”
“หลักฐานเรื่องพรรคพวกของหลัวตั้นในบริษัท ผมรวบรวมไว้หมดแล้ว ท่านประธานโปรดพิจารณา!”
จริงเท็จแค่ไหนยังไม่รู้ ต่อให้มีใครพูดว่า ‘หลัวตั้นมีความผิด วันนี้เขาก้าวเท้าซ้ายเข้าบริษัท’ หลินจือไป๋ก็ไม่แปลกใจเลย เมื่อต้นไม้ใหญ่ล้มฝูงวานรก็แตกกระเจิง เมื่อกำแพงเอนผู้คนก็ผลักหนี ความสำเร็จของโปรเจกต์หนังสือเสียงบลูสตาร์ทำให้บารมีของประธานหลินจือไป๋ในบริษัททะยานขึ้นถึงขีดสุด!
บรรดาผู้บริหารระดับกลางและสูงทั่วบริษัทต่างยินดีตัดสัมพันธ์กับหลัวตั้นเพื่อหลินจือไป๋ พากันยัดเยียดข้อกล่าวหาให้อีกฝ่าย เพราะทุกคนได้เห็นกับตาถึงความเด็ดขาดของประธานหนุ่มผู้นี้จากสองโปรเจกต์นั้นอย่างชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกันทุกคนก็รู้กันดีว่าประธานกับรองประธานไม่ลงรอยกันมาตลอด จึงรีบฉวยโอกาสนี้แสดงความภักดี
หลัวตั้นในฐานะรองประธาน นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกลูกน้องรุมกล่าวโทษหนักถึงขนาดนี้ แต่เขากลับพูดไม่ออกเลยสักคำ มีเพียงใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเพิ่งสูญเสียบุพการี
“คุณมีอะไรอยากอธิบายไหม?