ำตอบได้ล่วงหน้าแล้วครับ…”
“จำลองตัวเลขมาแล้วเหรอ?” แววตาของหลินเจามู่ฉายความคาดหวังวูบหนึ่ง
เลขาจินพยักหน้า “พอสำนักพิมพ์เสินฮวาอยู่ในมือคุณชายไป๋ตี้ ผลประกอบการก็เริ่มพุ่งทะยาน หากไม่พลิกล็อก กำไรทั้งปีน่าจะราวห้าเท่าครึ่งของปีก่อนครับ”
นั่นหมายความว่าหลินจือไป๋จะได้รับหุ้นก้อนใหญ่ของสำนักพิมพ์เสินฮวา!
“ยังขาดอยู่นิดเดียว” หลินเจามู่กล่าว “เงื่อนไขข้อสอบคือกำไรทั้งปีต้องถึงหกเท่าของปีก่อน เขาถึงจะได้สำนักพิมพ์เสินฮวา จุดนี้คงเติมให้เต็มได้ในไม่ช้า”
เลขาจินยิ้มกล่าว “เช้านี้ได้รับข่าวว่าคุณชายไป๋ตี้เปิดแนวทางใหม่ ชวนคนดังบางส่วนมาเขียนหนังสือ ผลงานของคนดังเหล่านี้คาดว่าอีกไม่นานก็จะตีพิมพ์วางจำหน่ายครับ ถึงตอนนั้นแฟนคลับนับไม่ถ้วนคงพร้อมอุดหนุน แทบจะคาดหวังได้เลยครับ”
“ชวนดารามาเขียนหนังสือเหรอ” แม้แต่หลินเจามู่พอได้ยินแนวคิดนี้ก็ยังอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจู่ๆ มุมปากก็กระตุก “สไตล์ทำงานของเขาเหมือนใครกันนะ?”
“แน่นอนว่าเหมือนคุณครับ” เลขาจินพูดอย่างจริงจังว่า “ถึงจะยังไม่ชำนาญอย่างคุณ แต่ปีนี้เขาเพิ่งขึ้นปีสอง อายุยังน้อยก็ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้…”
เลขาจินชะงัก หลินเจามู่ช่วยพูดต่อแทนเขา “อายุยังน้อยก็ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ ตอนที่ฉันเรียนอยู่ปีสองก็ยังไปไม่ถึงระดับนี้เลย”
เลขาจินรนรานรีบกล่าวว่า “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ”
หลินเจามู่หัวเราะลั่น “จะลนลานอะไร เขาจะเก่งแค่ไหนก็ย