จางหลงเป็นคนขับแท็กซี่ คืนนี้ตอนหนึ่งทุ่มเขายังขับรถอยู่บนถนนด้วยความเบื่อ จึงเผลอเปิดวิทยุตามความเคยชิน ในวิทยุเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่ง
[เมื่อห้าสิบปีก่อนที่ซาเฉิง เปียวจื่อหลิ่ง มีพวกนักขุดสุสานสี่คนนั่งยองอยู่บนโคกดิน ทุกคนเงียบกริบ จ้องเขม็งไปที่เสียมลั้วหยางบนพื้น ในเสียมนั้นยังมีดินที่เพิ่งตักขึ้นมาจากใต้ดินติดอยู่ ที่ประหลาดคือดินกำมือนั้นกำลังซึมของเหลวสีแดงสดออกมาไม่หยุด ราวกับเพิ่งจุ่มผ่านเลือดสดๆ มา…]
จางหลงอึ้งไปครู่หนึ่ง นี่มันอะไร? เหมือนมีคนกำลังเล่าเรื่องอยู่เลย?
ปกติจางหลงขับรถก็มักฟังดีเจคุยเรื่อยเปื่อย หรือไม่ก็ฟังสถานีเปิดเพลง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนเล่าเรื่องในวิทยุ
น้ำเสียงของคนเล่ามีจังหวะจะโคน พอจับคู่กับดนตรีประกอบที่ชวนขนลุกเล็กๆ ก็สร้างบรรยากาศเข้มข้นขึ้นมา ฟังดูน่าสนใจไม่น้อย จางหลงจึงฟังต่อโดยไม่รู้ตัว
[“งานเข้าใหญ่ละสิ” เฒ่ายาสูบเคาะไปป์ยาเส้นกับพื้น “ข้างล่างเป็นศพเลือด ถ้าพลาดนิดเดียวของดีแถวนี้คงต้องทิ้งไว้ใต้ดินหมดแน่”
“จะลงไม่ลง? ได้ไม่ได้เอาให้ชัดไม่ต้องพล่าม!” หนุ่มตาเดียวเอ่ยว่า “ท่านบอกว่าท่านแก่แล้วขาไม่ดี อย่าลงเลย ให้ผมกับน้องชายลงไป ต่อให้มันจะเป็นตัวอะไร เล็งกระสุนใส่มันสักชุดนึงก็จบแล้ว”]
ดนตรีประกอบแผ่วเบา ดูเหมือนคนเล่าจะไม่ใช่แค่คนเดียว อย่างตอนที่ตัวละครเฒ่ายาสูบพูด เสียงจะเปลี่ยนเป็นแหบหยาบ ชัดเจนว่าเป็นอีกคนหนึ่งรับบทพูด
โอโห เ