ยังคิดว่าประหลาดนัก ต่างก็เป็นแม่ม่ายเหมือนกัน ไฉนแม่ม่ายฉินในหมู่บ้านตนเองกลับใช้ชีวิตสบายอุรา ขณะที่แม่ม่ายในหมู่บ้านคนอื่นกลับต้องอยู่อย่างโศกาอาดูร?
ใช่ พวกเขายอมรับว่าเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมีส่วนช่วยดูแลแม่ม่ายฉินจริง แต่จะดูแลอย่างไร สุดท้ายแล้วก็ต้องมีคนไปทำนาใช่หรือไม่?
แม่ม่ายฉินที่เป็นผู้หญิงคนเดียว ต้องเลี้ยงลูกชายสองคนที่เด็กก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง สามารถทำอันใดได้บ้างเล่า?
ลูกชายสองคนของแม่ม่ายฉินช่างน่าสงสารนัก ไม่ง่ายเลยกว่าจะเติบโตมาได้ จวนจะได้ดูตัวอยู่แล้ว แต่กลับเกิดเรื่องมารดาบังเกิดเกล้าขึ้นมาเช่นนี้ เรื่องมงคลของพวกเขาคงต้องล่าช้าออกไปแล้ว
จูกู่และจูหมี่ ลูกชายของแม่ม่ายฉินถูกเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเรียกตัวไป ‘คุยด้วย’
ทั้งสองอายุยังน้อย เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสจึงตีหน้าขึงขัง ข่มขู่ให้พวกเขาบอกชื่อผู้ชายในอดีตของแม่ม่ายฉินออกมา มิฉะนั้นจะขับไล่พวกเขาสองคนออกไปจากหมู่บ้าน
แม้จูกู่กับจูหมี่จะเป็นเด็กหนุ่ม สามารถดูตัวได้แล้ว แต่แท้จริงแล้วอายุยังน้อย เพียงสิบกว่าขวบเท่านั้น กอปรกับยังด้อยประสบการณ์ ในไม่ช้าก็ถูกเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสที่เป็นผู้มีอำนาจข่มขวัญได้สำเร็จ คายทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสงสัยว่าแม่ม่ายฉินไปสานสัมพันธ์กับชายอื่นด้วยก็ไม่ใช่การใส่ร้ายป้ายสีเสียทีเดียว
นอกจากจูเหล่าโถว แม่ม่ายฉินยังไปสานสัมพันธ์กับชายอื่นในหมู่บ้านอี