“โฆษณาตัวถัดไปของหลินกงคือหมากฝรั่ง?” เจียงเฉิงหูตาไว ได้ข่าวความเคลื่อนไหวฝั่งหลินกงมาอย่างรวดเร็ว
“ครับ!” เจียงเฉิงยิ้ม “หมากฝรั่งเซวียนมาย ตอนเด็กๆ ผมกินบ่อยเลย”
หลินจือไป๋ “…”
เซวียนมายก็ได้เหรอ? เหมือนชาติก่อนเคยมีแบรนด์หมากฝรั่งที่ชื่ออะไรมายนี่แหละ สโลแกนมันว่าอะไรนะ? บ้าจริงนึกไม่ออกเลย! แต่รู้สึกเหมือนจะคลาสสิกทีเดียวเสียดายจำไม่ได้ ต้องพึ่งระบบแล้ว
ไม่สิ นี่มันแบรนด์ที่หลินกงรับผิดชอบ ฉันจะช่วยคิดสโลแกนให้เขาทำไม? เอาไว้ถ้ามีโอกาสครอบครองธุรกิจฝั่งนั้นเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน เทียบกับสำนักพิมพ์แล้ว ธุรกิจที่หลินกงดูแลอยู่ดูเหมาะกับตนมากกว่าซะอีก!
ต่อมาเจียงเฉิงกล่าวว่า “หมากฝรั่งเซวียนมายมีคู่แข่งอยู่สองเจ้า เจ้าหนึ่งชื่อหมากฝรั่งอายซือ อีกเจ้าชื่อหมากฝรั่งอี้ต๋าครับ”
หลินจือไป๋: ? ชื่ออี้ต๋านี้ดูถูกโฉลกกับฉันแฮะ งั้นขอโทษทีนะหมากฝรั่งอายซือ ชื่อนี้ไม่คล่องปากเท่าอี้ต๋า
“งั้นเอาอี้ต๋าละกันครับ” หลินจือไป๋ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่งหลินกงได้รับโทรศัพท์ เสียงของพ่อเขาเย็นเยียบเล็กน้อย
“แกทำอะไรของแกกันแน่ เมื่อก่อนน้ำผลไม้ฉีเลอที่แกดูแลก็ขายดีอยู่แล้วแท้ๆ ยอดขายกลับตกฮวบยังพอว่า ทำไมตอนนี้ชานมชุนเชียงก็เริ่มจะขายไม่ออก ส่วนแบ่งตลาดโดนเชียงเวยเหมยแย่งไปเยอะขนาดนั้น แม้ปู่แกจะไม่พูดแต่ก็จับตามองอยู่ตลอดนะ!”
“ไม่ใช่ความผิดผมนะ!” หลินกงกัดฟันพูด “ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมคุนเผิงถึง