มีฐานะคลุมเครือ คิดถึงจูชีที่ยังเรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษา กระทั่งคิดไปถึงใต้เท้านายอำเภอที่ยังไม่เคยพบหน้า แต่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว
นางคิดมาตลอดว่าสกุลจูมีความเป็นอยู่แร้นแค้น ทั้งยังไม่ได้ไปมาหาสู่กับคนเหล่านั้น ทุกประการล้วนอยู่ห่างไกลออกไป แต่กลับมองข้ามปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก[1]
การปรากฏตัวของนางเดิมทีก็เป็น ‘เรื่องมหัศจรรย์’ อย่างหนึ่งอยู่แล้ว!
เจี่ยงโหย่วเซิงส่ายหน้า “เปล่า ข้าไม่ได้บอกใคร ข้าอยากได้เงินหนึ่งร้อยตำลึง แล้วจะไปบอกคนอื่นได้อย่างไร จูต้าเหนียง ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าอยู่ในตำบลก็หาได้มีชีวิตที่ดีอะไร ถ้ามองผิวเผิน ข้ามีฝีปากคล่องแคล่ว คนหรือก็หัวไว มักได้รับรางวัลบ่อย ๆ แต่เงินรางวัลส่วนใหญ่ล้วนส่งมอบให้พี่เป้า เหลือมาถึงมือข้าแค่พอยาซอกฟัน กินอาหารดี ๆ ได้ไม่กี่มื้อเท่านั้น…”
เย่อวี๋หรานลองหยั่งเชิงอยู่หลายครั้ง ยืนยันว่าสิ่งที่เจี่ยงโหย่วเซิงพูดมาเป็นความจริงก็ค่อยโล่งอก
เรื่องที่ครอบครัวสกุลจูปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวออกมาได้นั้นเดิมทีก็ไม่ใช่ความลับอันใดอยู่แล้ว ต่อให้เจี่ยงโหย่วเซิงไม่พูด สักวันก็ต้องแพร่ออกไปอยู่ดี
เป็นนางเองที่มองข้ามผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากเรื่องนี้
แต่การปรากฏตัวของเจี่ยงโหย่วเซิงก็นับว่าช่วยเตือนสตินาง แกะหายล้อมคอก[2] ยังไม่ถือว่าสายเกินไป
“ไม่ต้องคิดถึงเงินร้อยตำลึงนั่นแล้ว เจ้าคิดว่าจะรักษาชีวิตเอาไว้อย่างไรจะดีกว่า” เย่อวี๋หรานตัดสินใ