รึ? พอข้าได้ยินข่าวก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มีทางออกแล้ว จูต้าเหนียง ท่านว่า ท่านปล่อยข้าไปแล้วมอบข้าวสาลีให้ข้าจำนวนหนึ่ง ถึงตอนนั้นข้าก็ส่งไปให้เรือนสกุลเฉียน ถ้าทางนั้นให้รางวัลข้ามาหนึ่งร้อยตำลึง พวกเราก็แบ่งกันคนละครึ่ง…”
เขาถึงกระทั่งเพ้อฝันว่าเย่อวี๋หรานจะให้ข้าวสาลี เช่นนี้เขาก็สามารถคว้าเงินรางวัลหนึ่งร้อยตำลึงได้แล้ว
ถึงตอนนั้นเขาก็ยอมเสียเปรียบสักหน่อย แบ่งให้จูต้าเหนียงครึ่งหนึ่ง แบบนี้ก็ดีต่อทุกฝ่ายไม่ใช่หรือไร?
“เจ้าได้พูดเรื่องนี้กับคนอื่นหรือไม่?” เย่อวี๋หรานค้นหาในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับข้าวสาลีฤดูหนาวหรือไม่
เมื่อค้นหาแล้วนางก็ต้องตื่นตะลึง แย่แล้ว เรื่องนี้ในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมไม่มีอยู่เลย?!
สถานที่อื่นนางไม่ทราบ แต่จากในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับข้าวสาลีฤดูหนาวอยู่เลย
ตอนนั้นนางเพียงคิดถึงความทรงจำจากชาติที่แล้ว คิดว่าสภาพอากาศบริเวณเชิงเขาไท่ตังน่าจะพอปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวได้ แต่กลับลืมนึกเรื่องหนึ่งไป
นั่นก็คือในยุคสังคมศักดินาที่ความเชื่องมงายยังคงแพร่หลาย นางกลับปลูกสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคสมัยนี้ออกมาได้ ถ้าทำได้ไม่ดีก็เท่ากับชักนำเคราะห์ภัยมาสู่ครอบครัว
ถ้าเจี่ยงโหย่วเซิงแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ทำให้สกุลเฉียนจับตามองครอบครัวนาง สกุลจูยังจะอยู่ดีงั้นหรือ?
สมองของเย่อวี๋หรานทำงานเร็วรี่ นางนึกถึงกานอี้เซียนที่