ยปี เพียงแต่สนิทสนมกับผู้บริหารระดับสูงหน่อยเท่านั้น
อันที่จริงก็เป็นเรื่องปกติมากในโลกของการทำงาน ไม่มีใครจะอยู่คนเดียวได้โดยไร้ฝ่าย
แต่เพื่อกันเหตุไม่คาดฝัน หลินจือไป๋จึงวางแผนให้สำนักพิมพ์เสินฮว่ารับคนนอกเข้ามา
เขาต้องค่อยๆ ปลูกฝังคนของตัวเองและควบคุมบริษัทนี้โดยสมบูรณ์
ไม่ใช่แค่ทำซอฟต์แวร์ ‘ฟังหนังสือเสียง’ หลินจือไป๋ยังมีไม้เด็ดเล็กๆ อีกหลายดอก
เขาโทรหาพี่สาวแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า “เห็นเค้กก้อนโตที่ปู่วาดไว้หรือยังครับ?”
หลินซี “เห็นแล้ว แต่เค้กก้อนนี้ไม่ได้กินง่ายๆ หรอกนะ”
หลินจือไป๋ “พี่ได้เงื่อนไขอะไร?”
หลินซีว่า “ปลายปีถ้าธุรกิจเอเจนซี่ศิลปินโตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ พี่ก็ได้หุ้นเพิ่มตามเปอร์เซ็นต์นั้น”
หลินจือไป๋ครุ่นคิด “เงื่อนไขคล้ายกันเลย”
หลินซี “นายก็ได้เหรอ?”
หลินจือไป๋ “ใช่แล้ว ฝั่งพ่อกับพี่ชายล่ะ?”
หลินซีตอบ “เหมือนกัน แต่ของนายดูจะยากกว่าใช่ไหม ยังไงรายได้สำนักพิมพ์เสินฮว่าก็ค่อนข้างคงที่มาตลอดทุกปีอยู่แล้ว แต่ละปีไม่ได้แตกต่างกันมาก พี่ก็คงช่วยอะไรไม่ค่อยได้”
หลินจือไป๋ยิ้ม “นั่นไม่แน่หรอกครับ”
หลินซีชะงัก “พี่ช่วยอะไรนายได้เหรอ?”
หลินจือไป๋ว่า “ตอนนี้พี่ดูแลนักร้องของบริษัทอยู่ ลองติดต่อพวกเขาถามว่ามีใครอยากออกอัตชีวประวัติบ้างไหม”
“อัตชีวประวัติ?”
หลินซีงง “ไม่ใช่ว่าปกติมีแต่พวกนักธุรกิจเหรอที่ทำอะไรแบบนั้น?”
หลินจือไป๋ตอบ “ลองคิดให้กว้างสิครับ นักธุรกิจยังออกอัตชีว