ประวัติได้ ดาราก็ออกหนังสือได้ แต่ต้องเป็นตัวท็อปแถวหน้าหรือระดับเหนือแถวหน้า ไม่งั้นหนังสือก็คงขายไม่ดี”
“งั้นพี่จะลองดูแล้วกัน”
หลินซีไม่แน่ใจว่าหนังสือจากนักร้องเหล่านี้จะมีคนซื้อไหม เพราะไม่เคยมีใครทำมาก่อน ที่เห็นจะมีก็แต่พวกนักธุรกิจตัวท็อปที่ออกอัตชีวประวัติแล้วขายดีอยู่บ้าง
“แต่ดาราไม่ได้มีเวลามานั่งเขียนหนังสือขนาดนั้นนะ สำนวนภาษาไม่เข้าขั้นก็เป็นปัญหา ยังไงการเขียนหนังสือก็ต้องเป็นนักเขียนมืออาชีพอยู่ดี…”
“คิดให้กว้างอีกครับ”
หลินจือไป๋ว่า “ผมจะหานักเขียนมืออาชีพมาทำงานร่วมกับดารา ให้ดาราเล่าเรื่องด้วยปากเปล่า แล้วให้นักเขียนมืออาชีพเรียบเรียงสำนวน”
“กลเม็ดนายนี่เยอะทีเดียว แต่ไม่รู้จะได้ผลไหมนี่สิ”
“ได้ผลสิ ได้ผลแน่นอน”
แม้จะสู้แอปนั้นไม่ได้ แต่ในชาติก่อนเวลาที่ดาราออกหนังสือก็ทำตลาดได้ดีเสมอ
ดาราในโลกนี้ยังไม่ด้านพอจะแฉเรื่องเด็ดของตัวเองในหนังสือ แบบนั้นไม่สนุกยิ่งกว่าข่าวซุบซิบในเน็ตเหรอ?
อีกอย่างดาราเองก็ต้องออกหนังสือเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้ตัวเอง วินวินทั้งสองฝ่าย
หลินจือไป๋คิดว่าดันเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะให้พี่สาวออกหน้า อย่างไรตอนนี้เธอก็ดูแลดาราอยู่หลายคน
“อีกอย่าง พ่อก็รู้จักนักแสดงทีวีระดับท็อป นักแสดงหนัง หรือแม้แต่พ่อเพลงอะไรพวกนั้นที่สนิทกัน ลองออกหน้าไปถามดูหน่อยสิว่าพวกเขาสนใจออกหนังสือไหม สำนักพิมพ์เสินฮว่าจะออกทุนพิมพ์ให้เอง”
ตอนนี้หลินจือไป๋แค่อยากทำ