่วยดึงมา
แม้เจียงเฉิงไม่มั่นใจว่าเสียงที่ซูฉานพูดถึงจะได้จริงไหม แต่ถ้าได้มาจริงต่อไปเขาก็แค่ต้องเกลี้ยกล่อมอีกสองคนเท่านั้น
สองคนเหรอ? โธ่เอ๋ยก็ยังยากอยู่ดี แต่ใครใช้ให้เป็นงานที่เจ้านายสั่งล่ะ
เจียงเฉิงยิ้มออกมา “หัวหน้าซูวางใจได้ครับ เจ้านายของเราตกลงแล้ว”
“ต่อจากนี้คุนเผิงจะทุ่มสุดตัวช่วยเหลือคุณ คุณจะได้รับการปฏิบัติเหมือนกับหลินจือไปทุกอย่างครับ”
สำเร็จ! ดูท่าหลินจือไปจะรักษาคำพูดจริงๆ
ไม่เสียแรงที่ตนยอมแตกหักกับพวกหลินกงเมื่อวันก่อน
ซูฉานกดความตื่นเต้นเอาไว้พลันกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ขอให้เราร่วมงานกันอย่างราบรื่นค่ะ อีกอย่างฉันมีสถานการณ์ที่ดีกว่านี้จะเสนอ”
“ว่ามาเลยครับ”
“ถ้าหากมีสองคนลังเลระหว่างหลินชุนกับหลินเซี่ย แล้วสุดท้ายเลือกงดออกเสียง เวินเลี่ยงก็จะมีหวังชนะได้ด้วยคะแนนแค่สามเสียงค่ะ”
“ทำได้ยากนะครับ คนทั่วไปไม่ชอบนั่งสองฝั่ง พยายามไม่ขัดใจใครก็อาจกลายเป็นขัดใจทั้งคู่”
“ก็เป็นไปได้แบบหนึ่งค่ะ”
“ถ้าหัวหน้าซูไปเป็นสายลับคงรุ่งแน่ๆ ผมไม่ได้ดูถูกนะครับ มันเป็นแผนที่มีความเป็นไปได้จริงๆ”
เจียงเฉิงถอนใจเบาๆ ตอนที่ทุกคนมัวแต่คิดจะโกยคะแนนให้พวกตัวเอง ซูฉานกลับมองให้คุนเผิงเป็นตัวปั่นเกมก่อน
ไม่ใช่ลงมือหาเสียงให้เวินเลี่ยงตรงๆ ยิ่งการโหวตสับสนวุ่นวายมากเท่าไหร่ ตามทฤษฎีแล้วก็ยิ่งเข้าทางเวินเลี่ยง
ไม่ว่าเรื่องจะมากแค่ไหนก็หยุดเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้เข้ามาไม่ได้
วันนี้เสียงกลองฆ้