นอยากดันพี่ชายขึ้นตำแหน่ง”
หลินซีว่า “งั้นฉันจะให้เขาลองดู”
หลินซีอยากให้ลุงเวินเลี่ยงเป็นหัวหน้าทีมเพลงที่สามคนใหม่จริงๆถ้าลุงได้เป็นหัวหน้าทีมเพลงที่สามต่อไปเธอก็จะมีพันธมิตรที่เชื่อใจได้เต็มร้อยในแผนกแล้วเพราะแม่ของเธอเวินอวี่กับลุงเวินเลี่ยงเป็นพี่น้องแท้ๆความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่เหมือนพี่น้องตระกูลหลินที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยม
“ส่วนเรื่องสิบคะแนน…”
หลินจือไปกล่าว “พี่ก็ใช้ชื่อไปตี้ให้คำมั่นไปเลยหน่อยช่วงนี้ผมแต่งเพลงดีๆ ไว้ไม่น้อย เมื่อกี้พี่บอกว่าผลงานของทีมใครสักคนรั้งท้ายใช่ไหมส่งเพลงให้เขาสักสองสามเพลงช่วยให้ผ่านวิกฤต เขาจะได้เทคะแนนมาให้พี่”
“ไอ้เด็กนี่!”
หลินซีฮึดฮัดว่า“ปกติบอกฉันว่าไม่มีเพลงแต่พอถึงเวลาสำคัญกลับมีเพลงดีๆ งอกมาเพียบเลยสินะ”
“ไม่ต้องใส่ใจรายละเอียดพวกนี้หรอกครับ”
หลินจือไปวางสายแล้วโทรหาเจียงเฉิงทันที
“ให้หนุนเวินเลี่ยงเหรอครับ?”
“นั่นลุงฝ่ายแม่ผมเอง”
“ที่แท้ลุงเราเองสินะครับผมเข้าใจแล้ว!”
“คนในสังคมอย่างพี่พอจะมีอิทธิพลถึงผู้บริหารระดับสูงของเสินฮว่าได้ไหม?”
“ผมจะลองดูครับแต่ต้องมีสัญญาแลกเปลี่ยน”
สัญญาๆ อีกแล้ว หลินจือไปปวดหัวการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าในแผนกเพลงของเสินฮว่าเบื้องหลังล้วนเต็มไปด้วยการคำนวณผลประโยชน์และการแลกเปลี่ยนถ้าไม่มีข้อเสนอที่มีผลประโยชน์มากพอก็ทำอะไรไม่ได้เลย
“ได้ๆ พี่ให้สัญญาไปเถอะ จะบทละคร รายการวาไรตี้ หรือเรื่อง