ระหว่างทางกลับบ้านหลินตงเป็นคนขับรถคนทั้งครอบครัวเงียบกริบงานฉลองอายุแปดสิบปีครั้งนี้ไม่ชื่นมื่นเท่าไหร่ ดูเหมือนจะล้มป่วยแม้ภายนอกยังแข็งแรงแตถ้าไม่ใช่มีปัญหาสุขภาพด้วยนิสัยแข็งกร้าวของคุณปู่คงไม่รีบมาคิดเรื่องแบ่งสินทรัพย์ของเสินฮวากรุ๊ปให้ลูกหลานเร็วขนาดนี้
กระนั้นหมอประจำตัวของคุณปู่ก็ไม่ยอมเปิดเผยอาการออกสู่ภายนอกไม่มีใครรู้สภาพร่างกายของคุณปู่อย่างแท้จริงทุกคนทำได้แค่คาดเดา
พอพูดถึงการแบ่งมรดกงานเลี้ยงครอบครัวคืนนี้จึงจบลงอย่างราบเรียบแต่คลื่นใต้น้ำระหว่างรุ่นที่สองกับรุ่นที่สามกำลังคุโชนต่างคนต่างมีแผนอย่าว่าแต่เป็นตระกูลมหาเศรษฐีเลย แม้แต่ครอบครัวธรรมดาหากผู้เฒ่ามีทรัพย์สินบ้างลูกหลานก็ย่อมเกิดความขัดแย้งหรือถึงขั้นแตกหักกันเรื่องแบ่งสมบัติได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตระกูลหลินที่เป็นกลุ่มทุนใหญ่ รอยร้าวระหว่างรุ่นที่สองกับรุ่นที่สามเดิมทีก็ลึกอยู่แล้วหลินจือไปมั่นใจว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าการแข่งขันระหว่างรุ่นสองกับรุ่นสามจะทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆบางทีเทียนกวงก็อาจเป็นเช่นเดียวกันไม่อย่างนั้นซูฉานคงไม่มาปั่นป่วนไปกับเขาวันนี้รวมถึงประธานน่าเซินอย่างหยิ่นเทียนโฉวก็คงสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่…
“พ่อคะ”
หลินซีอดพูดไม่ได้
“บางอย่างถ้าควรแย่งก็ต้องแย่ง หนูไม่ซีเรียสหรอกแต่พ่อก็ต้องคิดถึงลูกชายสองคนด้วยนะ”
หลินตงที่กำลังขับรถไม่พูดอะไร แม่เป็นฝ่ายตอบแทน“พ่อของลูกรู้อยู่เต็มอก”
หลินตงไม่ก