ถึงชั้นสามแล้วภายในลิฟต์ซูฉานยังคงยืนท่าบกำแพงกักหลินจือไปเอาไว้โชคดีที่ตอนนี้ข้างนอกไม่มีใครไม่งั้นคงน่าอายสุดๆ
บรรยากาศแปลกประหลาดแฝงความรู้สึกใกล้ชิดเกินธรรมดาแต่หลินจือไปก็ไม่ได้ผลักเธอออกการที่ทั้งสองหลบกล้องวงจรปิดนั้นถูกแล้วการกระซิบไม่ใช่ปัญหาอย่างไรลิฟต์ก็ไม่ใช่ที่ที่ดีในการเจรจาความลับจะถูกจับภาพปากหรืออัดเสียงล้วนไม่ดีทั้งนั้นแม้การสื่อสารแบบนี้จะดูประหลาดไปบ้างก็ตาม
“งั้นก็รับใบแสดงความภักดีก่อนแล้วกัน”
หลินจือไปก็ขยับหน้าไปกระซิบที่ข้างหูซูฉานใบหูของซูฉานพลันแดงขึ้นฉับพลัน ตรงนั้นเป็นจุดอ่อนไหวของเธอ
เพราะลมหายใจของหลินจือไปทำให้เธอคันยุบยิบที่หูราวกับมีมดไต่อยู่ทั่วตัวจากนั้นแม้แต่แก้มก็แดงเรื่อพยายามถอยออกโดยไม่แสดงสีหน้า
“ได้”
เธอก้าวออกจากลิฟต์ก่อนหันหลังให้หลินจือไป สูดหายใจเข้าออกลึกๆ‘หลินจือไปก็แค่ไอ้หนูตัวกระจ้อย… ฉันนะเป็นพี่สาวสุดแกร่งนะ!’
ซูฉานกำลังสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเองแต่กลับพบว่าหลินจือไปมายืนข้างเธอตอนไหนไม่รู้พร้อมกับจ้องเธออยู่ด้วยสายตาล้อเลียนเจ้าเล่ห์
“เขินเหรอครับ?”
“ปฏิกิริยาทางร่างกายต่างหาก”
ซูฉานทำทีราวกับไม่ยี่หระ หลินจือไปทำหน้า ‘เชื่อก็ได้’ แต่ปากกลับบ่นงึมงำว่า“แค่นี้ยังกล้าเลียนแบบท่าบกำแพงกักคนอื่น…”
ซูฉานทำเป็นไม่ได้ยิน
หลินจือไปคุ้นเคยกับที่นี่ดีและรู้ว่าพวกหลินกงอยู่ห้องไหนจึงตรงดิ่งไปทันทีแต่พอเดินมาถึงหน้าประตูหลินจือไปกลับหยุดชะงั