ลินจือไปดูเหมือนรู้ว่าเจียงเฉิงอยากพูดอะไร อีกฝ่ายคลุกคลีกับคนในวงการมาก ได้ยินข่าวลือนี้ก็ไม่แปลก
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ยามกษัตริย์ทุกข์ขุนนางย่อมทุ่มเทแรงกาย ยามกษัตริย์อับอายขุนนางย่อมพร้อมตายแทน
เจียงเฉิงรู้ดีว่าสิ่งที่ตนมีทั้งหมดได้มาจากใคร แววตาของเขาวูบไหวเล็กน้อย
คุนเผิงจะทำให้คนเหล่านั้นต้องชดใช้แน่
ข่าวที่ว่าหลินเจามู ประธานเสินฮว่ากรุ๊ปจะจัดงานเลี้ยงวันเกิดนั้นแพร่กระจายอยู่แค่ในวงการ
คนภายนอกไม่ค่อยมีใครทราบ
ทั้งวงการบันเทิงฉินโจว ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้ารวมงานเลี้ยงนี้ได้ ย่อมต้องเป็นกลุ่มบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงทุนฉินโจว
ขณะเดียวกันที่คฤหาสน์ซีเฉิง ในห้องหนังสือที่เปี่ยมกลิ่นอายโบราณ
ชายชราผู้หนึ่งกำลังตวัดพู่กันหว่านหมึก
ไม่นานบนกระดาษขาวบนโต๊ะก็ปรากฏตัวอักษรที่คดโค้งทรงพลังว่า
‘ผู้มีกำลังประจำตำแหน่ง ผู้ไร้สามารถจงถอยเสีย’
ชายชราสงบนิ่งน่าเกรงขาม รูปร่างแม้ไม่สูงใหญ่แต่ผงาดดังภูผา
สายตาหลังกรอบแว่นชราภาพลุ่มลึก รอยริ้วลึกพาดบนใบหน้า
“เลขาจิน” เมื่อเขียนจบชายชรากล่าวด้วยเสียงทุ้มทรงพลังว่า
“นำลายมือนี้ไปใส่กรอบแขวนหน้าห้องจัดเลี้ยงตระกูล”
“ทราบแล้วครับ”
เลขาจินวัยห้าสิบทํางานเคียงข้างชายชรามากว่ายี่สิบปีแล้ว
ชายชราผู้มีอำนาจสั่งงานเลขาจินได้ย่อมเป็นเจ้าของคฤหาสน์ซีเฉิงและทั้งเสินฮวากรุ๊ปอย่างไม่ต้องสงสัย หลินเจามู
ไม่นานก็มีคนรับใช้เข้ามายกกระดาษอักษรแผ่นนั้นออกไป
เ