ลขาจินมองอักษรเหล่านั้นพลางจับความคิดของท่านประธานได้คร่าวๆ
หลินเจามูถอดแว่นวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ
แม้ผ้าเช็ดแว่นยังพับอย่างพิถีพิถัน ก่อนเอ่ยอีกครั้งว่า
“ว่ามาช่วงนี้มีเรื่องอะไรใหม่ๆ บ้าง”
“แบรนด์เครื่องดื่มผลไม้ที่หลินกงดูแลเกิดปัญหานิดหน่อยแต่ไม่ส่งผลกระทบมากครับ”
“กลับเป็นฝั่งหลินหลิวที่สถานการณ์หนักกว่า”
เลขาจินรายงานสถานการณ์ของหลินหลิวอย่างคล่องแคล่ว
หลินเจามูฟังรายงานของเลขาจินด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกว่าโกรธหรือพอใจ
ส่วนใหญ่แล้วชายชราผู้นี้ก็มักมีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา
“สองสามวันก่อนเธอให้ราชาเพลงของทีมไปแย่งเวทีตรุษจีนกับจางซีหยาง…”
“จางซีหยางฉันจำได้ หลานชายคนเล็กของฉันแต่งเพลงให้เขาหลายเพลงเลยใช่ไหม?”
“ใช่ครับ คุณชายไปดูจะชื่นชมศิลปินคนนี้มาก”
“ฝ่ายประเมินของบริษัทก็เห็นว่าจางซีหยางมีโอกาสได้เป็นราชาเพลงในปีหน้า”
“เด็กคนนั้น… ยังเกลียดฉันอยู่ไหม?”
หลินเจามูพูดขึ้นเป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของเขาแสดงอารมณ์แปลกไปจากเดิม
เลขาจินแอบถอนหายใจแล้วยิ้มกล่าวว่า
“คุณชายไปจะเกลียดท่านได้ยังไงล่ะครับ เขาฉลาดมาตั้งแต่เล็กย่อมเข้าใจความลำบากใจของท่าน”
หลินเจามูกล่าว “เขามีความขุ่นเคืองอยู่ในใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่หายหน้าไปหลายปีไม่มาพบฉัน”
“ตระกูลหลินตั้งแต่รุ่นสองถึงรุ่นสาม ทุกคนต่างประจบเอาใจฉันกันทั้งนั้น”
“มีแต่พอลูกคู่นั้นที่ไม่เคยก้าวเข้าคฤหาสน์หลังนี้อีกตั้งแต่เกิดเรื่อง”
“คุ