ณชายไปได้รับบาดเจ็บ…”
“หายดีแล้วไม่ใช่เหรอ? หายแล้วก็ยังไม่มาเยี่ยมฉัน เหมือนพ่อเขาดื้อแพ่งแต่ก็เก่งกว่าพ่อเขามาก…”
เลขาจินนิ่งเงียบ หลินเจามูก้าวช้าๆ ไปที่หน้าต่าง
แล้วหยิบกรรไกรข้างๆ ขึ้นมาตัดแต่งกิ่งใบอย่างตั้งใจ
“บอนไซกระถางนี้งามดี แต่กิ่งที่เกินมาก็ต้องตัดออก ไม่อย่างนั้นจะเสียความงดงามโดยรวมไป”
เลขาจินเหมือนจะจับได้ถึงนัยยะในคำพูดนั้น
“ในกลุ่มยังมีตำแหน่งว่างที่ไม่สำคัญอยู่สองสามตำแหน่ง ท่านว่า…”
“ให้โอกาสเธออีกครั้งนึง” พอตัดถึงกิ่งหนึ่งหลินเจามูชะงักเล็กน้อย
“ถ้าแค่เวทีตรุษจีนยังเอาไม่อยู่ ก็ปลดตำแหน่งหัวหน้างานของเธอซะ”
“รับทราบครับ” เลขาจินพยักหน้าอย่างเคารพ
ก่อนจะยิ้มกล่าวว่า “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้เรียนท่านครับ จางซีหยางเพิ่งได้เพลงใหม่จากคุณชายไปอีกหนึ่งเพลงครับ”
หลินเจามูถึงกับยิ้มแม้เพียงยกมุมปากน้อยๆ
“หลานชายตัวน้อยของฉันนี่ผลงานเยอะจริงๆ นะ”
“คุณชายไปเป็นอัจฉริยะครับ” เลขาจินกล่าวชม
เมื่อครั้งเลขาจินเพิ่งเข้าคฤหาสน์ซีเฉิง เขาเห็นหลานๆ ของท่านประธานเติบโตทีละน้อย
ในบรรดารุ่นที่สามของตระกูลหลิน เด็กซนแต่รู้ความคนนั้นอาจเป็นเพียงคนเดียวที่มองเขาเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่คนรับใช้
“เด็กคนนี้ตอนนั้นสมองซีกซ้ายบาดเจ็บใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“ตอนเขาเด็กๆ พรสวรรค์ด้านดนตรีเขาก็ใช้ได้ แต่ก็แค่ระดับอัจฉริยะทั่วไป”
หลินเจามูครุ่นคิดกล่าว “ฉันเคยได้ยินเพื่อนในวงการแพทย์พูดถึงทฤษฎีหนึ่ง