”
“ว่าความสามารถด้านความจำอันยอดเยี่ยม จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงแรงบันดาลใจและสัญชาตญาณของอัจฉริยะนั้น”
“ส่วนใหญ่มาจากสมองซีกขวา ดังนั้นสมองขวาจึงถูกเรียกว่าสมองของอัจฉริยะ”
“และก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันว่า การบาดเจ็บที่สมองซีกซ้ายอาจกระตุ้นให้สมองขวาเติบโตมากขึ้น…”
เลขาจินนิ่งไปครู่ “ท่านประธานหมายความว่า?”
หลินเจามูกล่าว “นั่นคงเป็นคำอธิบายที่สมเหตุสมผล”
“เด็กที่ยังเรียนปีสอง วิชาดนตรียังเรียนไม่มาก กลับมีแววเป็นพ่อเพลงได้”
“อาจจะใช่?”
ตอนเลขาจินทราบความสำเร็จในวงการเพลงของคุณชายไปก็ประหลาดใจมาก
แต่ก็แค่ประหลาดใจเท่านั้น แต่ท่านประธานกลับพยายามหาเหตุผลและความเชื่อมโยง
“หรืออาจจะไม่ใช่”
หลินเจามู่วางกรรไกรนั่งลงบนเก้าอี้ เขาเริ่มแก่แล้วยืนนานเข้าก็เมื่อยขา
“ยังไงซะเด็กคนนี้ก็เหนือกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมาตั้งแต่เล็ก เหมือนแม่หนูที่ชื่อซูฉานแห่งเทียนกวงนั่น”
เมื่อพูดถึงซูฉาน หลินเจามูเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้
“เธอดูไม่ปลื้มหลินกง ปฏิเสธการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แล้วใช่ไหม?”
เลขาจินว่า “ครับ แต่ถ้าท่านประธานยืนกราน การแต่งงานนี้ก็ยังเป็นไปได้…”
“เลขาจิน” หลินเจามูโบกมือเสียงฟังแผ่วอ่อน
“กดหัวเด็กให้แต่งกับใคร พ่อของฉันเคยทำกับฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันทำกับหลินตงมาแล้วครั้งหนึ่ง ผลออกมาก็ไม่ค่อยดีนัก”
“ปล่อยไปตามธรรมชาติดีกว่า”
“ครับ” เลขาจินรู้กาลเทศะจึงไม่พูดอะไรอีก
บางทีอา