ไปพลันผุดภาพฉากที่ไป่จ่านถังร้องเพลงนี้ใน ‘My Own Swordsman’ ลอยขึ้นมา
การร้องแบบนั้นไม่จำเป็นต้องเน้นถ่ายทอดอารมณ์เพลง จึงเลียนแบบได้ง่าย
อย่างไรเสียในยุคนี้คนก็อินกับเพลงแนวนี้ยากอยู่แล้ว ดังนั้นเขาเลยเน้นให้ยิ่งพยายามเศร้ากลับยิ่งชวนขำ
“มือกำก้อนขนมปังหยาบ กับข้าวไม่มีน้ำมันแม้สักหยด…”
ท่อนนี้หลินจือไปร้องช้าๆ ราวกับจะร้องไห้
ถ้าก่อนหน้านี้แค่ขำ ตอนนี้ก็ฮาระเบิด!
‘เหี้ย!’
‘พระเจ้า!’
‘ทำไมอูฉือตลกได้ขนาดนี้เนี่ย!’
‘เนื้อร้องนี่โคตรสุดเลย!’
‘มือกำก้อนขนมปังหยาบกับข้าวไม่มีน้ำมันแม้สักหยด เสียงร้องนี้ไร้เทียมทานสุดๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ!’
‘เอ้อร์หูนี่เทพจริง!’
‘แบบนี้ไม่ดีกว่ากีตาร์เหรอ?’
ท่ามกลางเสียงหัวเราะ หลินจือไปร้องต่อไปว่า
“ชีวิตในเรือนจำ ทุกข์ระทมเพียงใด ย่างเท้าแต่ละก้าว เจ็บลึกถึงหัวใจ”
“มือกำก้อนขนมปังหยาบ น้ำตาก็ไหล ไหลรินไม่สิ้นสุด”
“บาปกรรมที่ก่อไว้ น่าละอายใจเพียงใด จะให้ฉันเงยหน้าอย่างไร”
“ต้องจากลาญาติมิตร เสียอิสรภาพ น้ำตากลายเป็นสายน้ำขมขื่น”
“ต่อแต่นี้ไป ไม่เหลือหน้าพบใครในครอบครัว ความเศร้าเกาะกุมหัวใจไม่สิ้นสุด…”
ในที่สุดร้องจบแล้ว คอมเมนต์ก็ระเบิดดังที่หลินจือไปคาดไว้
เพราะเพลงนี้สร้างมุกตลกจากความขัดแย้งได้ง่าย
เดิมทีเขาคิดจะสั่ง ‘น้ำตาหลังกรงเหล็ก’ จากระบบ แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจใช้เพลงนี้แทน ทำไมนะเหรอ?
เพราะเพลงนี้ปรากฏใน ‘My Own Swordsman’ มากกว่าหนึ่งครั้ง
ไป่จ่านถัง