ิบเอ้อร์หูออกมาก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกแล้ว
หลินจือไปก็เริ่มสีเอ้อร์หู ท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน
เสียงเอ้อร์หูสะท้อนจากหนังงู คันชักขนม้าเสียดสีกับสายกังวานไปทั่วไลฟ์
บรรยากาศโศกเศร้าหม่นหมองพุ่งถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
“ผิดคีย์”
เผลอสีเพี้ยนไปโน้ตหนึ่ง หลินจือไปพึมพำแล้วเริ่มใหม่
ทำเอาผู้ชมขำกลิ้งไม่หยุด นายไหวไหมเนี่ย? ไอ้หมาผอม
หลินจือไปเริ่มร้องท่ามกลางแชทหยอกล้อ
เสียงร้องกับเอ้อร์หูผสานกัน บรรยากาศชวนรู้สึกประหลาดอยู่ไม่น้อย
“ทุกข์เอยทุกข์ ทุกข์จนเส้นผมขาวโพลน”
“จากวันที่ฉันพรากจากเธอ ก็ต้องเข้าไปอยู่ตึกเรือนจำ”
“น้ำตารินไหลไม่หยุด เอ่อล้นไหลลงไม่สิ้นสุด”
“ป้ายไม้สองฉื่อแปดคืบ คล้องคอแห่ประจานไปทั่วตรอกซอกซอย…”
เมื่อหลินจือไปร้องท่อนนี้ออกมา ผู้ชมก็หลุดหัวเราะกระจาย
เสียงเอ้อร์หูกับน้ำเสียงเศร้าประดิษฐ์ ไม่เพียงไม่ทำให้รู้สึกเศร้าเลยสักนิด
กลับยังตลกขำขันอย่างแรง!
‘ดูออกเลยว่าทุกข์จริงๆ!’
‘เข้าไปอยู่ตึกเรือนจำ? น้ำตารินไหลไม่หยุด?’
‘พูดก็พูดเถอะ เนื้อเพลงนี่โคตรเข้ากับสถานการณ์จริงๆ อูฉือมีของจริงว่ะ!’
‘พรสวรรค์ใช้แบบนี้เหรอ?’
‘เขาอินจัดจนสวมบทนักโทษไปแล้ว!’
‘ต้องฮาขนาดนี้ไหม!’
‘นายคิดว่าเป็นยุคโบราณหรือไง ยังแห่ประจานนักโทษอีก?’
‘ฮ่าๆๆ จิตวิทยาคนติดคุกโดนเขาจับทางหมด’
‘โคตรติดดิน!’
‘นี่มันติดดินตรงไหน? นี่มันติดคุกต่างหาก!’
‘อีกนิดก็ไปถึงยมโลกแล้ว!’
ร้องมาถึงตรงนี้ ในหัวหลินจือ