อนะ”
“คำอธิบายรายการบอกว่าเป็นรายการของคนธรรมดาล้วนๆ ไม่มีดารามาร่วมเลยงั้นจะเหมือนกับ ‘I Love Lyrics’ ไหมที่เน้นแนวเข้าถึงคนดูทั่วไป?”
“ไร้สาระ”
“แม้แต่ ‘I Love Lyrics’ ก็ยังมีดารานะ บรรดานักร้องนำพวกนั้นไม่ใช่ดาราหรือไง ถึงจะไม่ใช่ระดับดังมากก็เถอะ”
“แล้วครั้งนี้เป็นคนทางบ้านล้วนๆ เลยจริงเหรอ?”
“ดูเหมือนวาไรตี้ของคุนเผิงจะไม่ค่อยชอบใช้ดารานะตอน ‘I Am a Singer’ ก็มีแต่พวกนักร้องรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยดังแล้ว”
“ไว้ถึงเวลาค่อยดูแล้วกัน”
“ถึงฉันจะไม่เข้าใจว่ารายการนี้จะทำอะไร แต่คนวางแผนของคุนเผิงนะเก่งจริงๆ นะฉันชอบโฆษณาช็อกโกแลตที่เขาออกแบบมากเลย”
คุนเผิงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปสิ้นเชิงตามปกติถ้าคนไม่สนใจจุดขายหรือลูกเล่นของรายการไหน ก็มักจะไม่คิดกดเข้าไปดูแต่ตอนนี้ความเห็นของชาวเน็ตส่วนใหญ่กลับเป็น “ไว้ถึงเวลาค่อยดู”ก็หมายความว่า ต่อให้คนจะไม่ค่อยสนใจลูกเล่นโปรโมตรายการนี้เท่าไหร่แต่เพราะเห็นแก่ชื่อของคุนเผิง พอถึงเวลาก็ยังยอมกดเข้าไปดูอยู่ดีปากบอกไม่อยากแต่ร่างกายซื่อสัตย์มาก
จริงๆ แล้วในใจลึกๆ ก็ยังมีความคาดหวังเล็กๆไม่ใช่เพราะตัวรายการทำให้พวกเขาคาดหวัง แต่เป็นเพราะคำว่า “คุนเผิง” สองพยางค์นี้ที่จุดประกายความสนใจให้ผู้คนมากมาย
สำหรับหลินจือไป แค่นี้ก็มากพอแล้ว
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่คนไม่แม้แต่จะกดเข้าไปดูเลยสักนิดถ้าพวกเขายอมดูสักหน่อย หลินจือไปมั่นใจว่าจะดึงผู้ชมไว้ได