้มากพอสมควรแน่นอน!
นอกจากนี้ที่ชาวเน็ตสนใจแค่พอประมาณแบบนี้ก็ถือว่าปกติมากในชาติก่อน ทีมงานรายการ “If You Are The One” เคยทำการสำรวจผู้ชมส่วนใหญ่ของรายการนี้เป็นคนที่มีอายุเสียมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแม่บ้าน และเสริมด้วยคุณลุงคุณป้าคนกลุ่มนี้อาจจะไม่ค่อยสนใจเล่นอินเทอร์เน็ต แต่พวกเขานี่แหละคือคนที่จับรีโมตในหลายๆ ครอบครัว!
ดูท่าคงจะเกลียดคุนเผิงที่ฉูฉือสังกัดอยู่เข้ากระดูกดำจริงๆหลินหลิวถึงได้สาปแช่งให้ “If You Are The One” พังไม่เป็นท่าอยู่ในใจ!
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่แค่การสาปแช่งอย่างเดียวหลินหลิวคิดจริงๆ ว่ารายการนี้ไร้สาระ ไม่มีทางจะดังเป็นพลุแตกได้!
แต่ในไม่ช้า หลินหลิวก็เริ่มตระหนักว่า ตัวเองเข้าใจเรื่องดนตรีมากที่สุดพอเป็นรายการวาไรตี้ก็ไม่เชี่ยวชาญสักเท่าไหร่ การคาดเดาอาจไม่ถูกต้องเธอเลยตัดสินใจไปถามพี่ชายที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง
“พี่เป้า”
ผู้เชี่ยวชาญที่หลินหลิวไปหาก็คือหลินเป้า แห่งแผนกวาไรตี้หนึ่งหลินเป้าไม่ใช่แค่หัวหน้าของแผนกวาไรตี้หนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกชายคนเล็กของลุงรองอีกด้วย
เพราะเหตุนี้ การที่หลินหลิวเรียก “พี่เป้า” จึงไม่ผิด เพราะอีกฝ่ายเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอจริงๆ
“น้องหลิว”
หลินเป้าพยักหน้า
“มีธุระอะไรจะคุยกับพี่ล่ะ?”
รุ่นที่สามของตระกูลหลินมีคนเยอะมาก เรียกไปเรียกมาก็ล้วนเป็นพี่ชายพี่สาว น้องชายน้องสาวดังนั้นเวลาที่เรียกชื่อกันจึงมักใช้ตัวอักษรบางตัวในชื่อของอีกฝ่