ยู่บ้าง
อย่างเช่นคราวนี้
หลินหลิวใช้บุญคุณส่วนตัวแลกกับคำรับประกันจากน่าเซินและเทียนกวงให้ราชาเพลงและราชินีเพลงของทั้งสองค่ายไม่ปล่อยเพลงใหม่ในเดือนสิงหาคม!
แน่นอนว่า นี่เป็นบุญคุณก้อนโต ซึ่งภายภาคหน้าจำเป็นต้องชดใช้คืน
ในอนาคต ถ้าทางน่าเซินหรือเทียนกวงจะชิงอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนใด ก็อาจแลกเปลี่ยนกับโอกาสที่ราชาเพลงหรือราชินีเพลงของเสินฮว่าจะไม่ออกโรงเล่นงาน!
ด้วยวิธีนี้
คู่แข่งของเฉินเซวียนในเดือนหน้าจะไม่แข็งแกร่งเกินไป อย่างมากก็เป็นนักร้องแถวหน้าระดับเดียวกัน
และด้วยความมั่นใจในเพลงใหม่ของเฉินเซวียน หลินหลิวจึงคิดว่าเขาน่าจะไม่มีปัญหากับการคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลเดือนสิงหาคมแล้ว
แต่ทำไมถึงยังรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจอยู่นิดๆ นะ?
หลินหลิวหันไปมองผู้ช่วย
“ทีมสิบของหลินซีมีความเคลื่อนไหวอะไรไหม?”
“ไม่มีค่ะ”
“จางซีหยางจะไม่ปล่อยเพลงเดือนหน้าใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วไป่ตี้ละ? หมอนั่นเป็นระเบิดเวลา ปุบปับก็โผล่มาเอาดื้อๆ”
“ไป่ตี้มีความไม่แน่นอนสูงมากจริงๆ ค่ะ แต่หัวหน้าใหญ่ของพวกเราไม่ได้บอกหรือคะว่าเดือนหน้าทุกทีมต้องเปิดทางให้เฉินเซวียน ถึงหลินซีอยากจะให้ไป่ตี้มาเล่นงานเราก็ต้องขออนุมัติจากหัวหน้าใหญ่ก่อน เว้นเสียแต่ว่าเธอจะอยากขัดใจกับหัวหน้าใหญ่”
ใช่
เพื่อกันไม่ให้โดนคนในค่ายแทงข้างหลังตน หลินหลิวจึงต้องดึงหัวหน้าแผนกเพลงเข้ามาเอี่ยวด้วย
นี่ก็เป็นเรื่องบุญคุ