วขมวดขึ้นมาทันที
เกาซิงเยว่ไม่ได้ติดใจอะไรไปตี้หรอก แต่ถ้าเพลงโปรโมตหนังของตนใช้คนแต่งเพลงคนเดียวกับที่จางเผยเหิงใช้ วงการภาพยนตร์จะมองตนยังไงกัน?
ดูเสียหน้าอยู่ดี
ดีที่โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ก็คิดถึงประเด็นนี้ จึงพิมพ์ข้อความในแชทว่า
‘ถ้าเราจะไปหาไปตี้เหมือนกัน เดี๋ยวก็ถูกอีกฝ่ายหัวเราะเยาะหรอก ทำไมเขาร่วมงานกับใคร เราต้องไปตามเขาด้วยละ ทำอย่างกับวงการนี้มีแค่ไปตี้คนเดียวที่แต่งเพลงได้งั้นแหละ’
‘แล้วจะไปหาใครละ?’
‘พ่อเพลงเหรอ?’
‘ค่าตัวพ่อเพลงแพงเวอร์เลยนะ!’
‘งบเรามีไม่พอเท่าไหร่!’
ขณะนั้นเอง ผู้ช่วยผู้กำกับก็โผล่มาพิมพ์ข้อความในแชทว่า
‘ผมมีคนคนหนึ่งมาแนะนำ เขาเคยได้แชมป์ชาร์ตเพลงประจำฤดูกาลสองครั้ง แถมชื่อยังเคยเอาเขาไปเทียบเคียงกับไปตี้ด้วย’
‘คุณหมายถึงใคร?’
เกาซิงเยว่อดถามขึ้นไม่ได้
ผู้ช่วยผู้กำกับเห็นว่าเกาซิงเยว่โผล่มาก็รีบตอบทันที
“เป็นนักร้องนักแต่งเพลง ชื่อในวงการคือฉูฉือ เขาถนัดแต่งเพลงโบราณมาก อาจจะแต่งเพลงโปรโมตให้เราได้ ยังไงหนังของเราก็มีฉากหลังเป็นยุคสมัยโบราณ”
ฉูฉือ?
เกาซิงเยว่ไม่ได้สนใจวงการเพลงสักเท่าไหร่ แทบไม่เคยได้ยินชื่อนักแต่งเพลงคนนี้มาก่อน
แต่ในเมื่อเป็นคนที่ผู้ช่วยผู้กำกับแนะนำ เขาก็รีบเปิดแอปฟังเพลงแล้วลองค้นหาคำว่า ‘ฉูฉือ’ ทันที
ปรากฏว่าฉูฉือคนนี้กลับแต่งเพลงไว้เพียงสองเพลงเท่านั้น
เป็นศิลปินหน้าใหม่ในวงการเพลงเหรอ?
เกาซิงเยว่รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าไม่น่าเชื่อถ